วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Dante's Inferno: An Animated Epic (2010): ตะลุยนรกสไตล์ดังเต้


Dante's Inferno: An Animated Epic (2010) :
นี่คืออนิเมชั่นที่ Spin-off มาจากเกมแอ็คชั่นผจญภัยของบริษัท EA (Electronic Arts) ที่ทำเก๋ตรงที่จับเอาเรื่องราวในส่วนแรกที่กล่าวถึงนรก (Inferno) จากโคลงมหากาพย์ The Divine Comedy ของ Dante Alighieri กวีชาวอิตาลีในยุคกลาง(ช่วงศตวรรษที่ 14) มาดัดแปลงเป็นเกมได้อย่างสร้างสรรค์ ราวกับว่าผู้ที่เล่นเกมจะได้ทัวร์นรกในแบบที่ Dante ได้บรรยายถึงก็มิปานเชียว(โอ้วว)


อยากรู้มั้ยว่านรกฝรั่งหน้าตาเป็นยังไง?
ส่วนเรื่องราวในเกมและในอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ถูกบิดให้เหมาะที่จะก่อให้เกิดฉากแอ็คชั่นผจญภัยเต็มที่ โดยเสนอเรื่องของ Dante นักรบครูเสดที่ซมซานกลับบ้านเกิดเพื่อไปพบ Beatrice สาวคนรัก แต่แล้วเขาก็พบว่าสุดที่รักและครอบครัวได้ถูกมือมืดฆ่าตายเกลี้ยง หนำซ้ำวิญญาณของเจ้าหล่อนที่กำลังจะขึ้นสวรรค์อยู่รอมร่อยังถูก ลูซิเฟอร์(ซาตาน) ลากลงนรกซะอีก ด้วยความรักอันเต็มล้นต่อคนรัก Dante จึงตัดสินใจบุกนรกไปชิงวิญญาณคนรักกลับคืน โดยเขาได้รับการช่วยเหลือจากวิญญาณของ Virgil (กวีชาวโรมัน) ที่คอยเป็นไกด์ชี้นำทางตลอดการทัวร์นรกทั้ง 9 ขุมครั้งนี้ด้วย


ลายเส้นแตกต่างกันไปตามแต่ละสไตล์ของสตูดิโอ
Film Roman สตูดิโอที่เคยสร้าง Dead Space: Downfall (2008) (อนิเมชั่นที่ Spin-off จากเกมของ EA เมื่อปี '08) กลับมารับผิดชอบหน้าที่เดิมอีกครั้ง โดยได้แบ่งงานให้สตูดิโอผลิตอนิเมชั่นต่างๆ อย่าง Manglobe, Dong Woo, JM Animation, และ Production I.G. (ซึ่งมาจากทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี)ช่วยกันรับผิดชอบ และให้อิสระในการออกแบบตัวละครและการใช้ลายเส้นตามสไตล์ใครสไตล์มันได้เต็มที่ โดยมี Film Roman คอยดูแลภาพรวมให้ออกมาต่อสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอีกทีหนึ่ง


ตัวประหลาดหน้าตาน่าเกลียดเพียบเลย
และแน่นอนที่อนิเมชั่นเรื่องนี้ย่อมจะมีทั้งฉากรุนแรง เลือดสาด ไส้ไหล และโป๊เปลือยตามแบบฉบับการ์ตูนผู้ใหญ่ สำหรับบรรยากาศโดยรวมแล้วหนังเสนอเรื่องราวการลุยนรกของ Dante ได้อย่างดูสนุก มีเรื่องราวน่าสนใจเมื่อเทียบกับการ์ตูนทั่วๆ ไป การออกแบบฉากนรกขุมต่างๆ ก็ดูเจ๋งดี ถึงแม้ลายเส้นของแต่ละสตูดิโอจะมากันคนละสไตล์ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (แต่ก็ไม่ถึงกับฉีกไปคนละเรื่องเลย) ซึ่งก็มีวาดสวยบ้างไม่สวยบ้างชวนให้คนดูสับสนนิดๆ แต่พอเข้าใจคอนเสปท์แล้วก็คงไม่มีปัญหา งานด้านดนตรีที่รับผิดชอบโดย Garry Schyman คอมโพเซอร์ที่คร่ำหวอดในการแต่งเพลงประกอบเกม ก็อยู่ในระดับเพลงประกอบหนังโรงดีๆ นี่เอง ถึงหนังเรื่องนี้จะไม่ดีเด่นระดับอนิเมชั่นที่ฉายตามโรง แต่ก็ยังถือว่ายังดูได้เพลินๆ เข้าใจสร้างสรรค์ และชวนให้อยากเล่นเกมนี้ขึ้นมาเลยเชียว


เกมออกในฟอร์แมท PSP, Xbox 360 และ PS3(แล้ว PC ล่ะ?)

  • น่าดูเพราะ: เป็นอนิเมชั่น Spin-off จากเกมที่ทำได้เข้าท่า ดูเพลิน และชวนให้อยากเล่นเกมจัง
  • ไม่น่าดูเพราะ: ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพราะทั้งรุนแรงและโป๊นะจ้ะ(แต่ไม่ถึงขนาดหนังโป๊หรอกเน้อ)


โปสเตอร์หนังมีหลายเวอร์ชั่นตามลายเส้นของคนเขียน





*ช่วงอันเนื่องมาจากหนัง*

ภาพซาตานถูกจองจำในนรกขุมที่เก้า
Inferno (ภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า'นรก') คือส่วนที่หนึ่งของโคลงมหากาพย์ The Divine Comedy ของ Dante Alighieri (โดยมี Purgatorio และ Paradiso เป็นสองส่วนที่เหลือ) ซึ่งเสนอเรื่องเล่าเชิงสัญลักษณ์ เกี่ยวกับการเดินทางของ Dante ผ่านไปยังนรกในความคิดของคนยุคกลาง ซึ่งนรกทั้ง 9 ขุมนั้นประกอบด้วย
  • Limbo: นรกขุมสำหรับคนที่ถึงไม่ได้ทำบาป แต่เพราะไม่ได้เชื่อในพระคริสต์เลยต้องมาอยู่นี่ ซึ่ง Dante ได้บรรยายว่ามีคนดังๆ อย่าง Homer, Socrates และ Aristotle แม้แต่ Julius Caesar กับ Saladin ก็อยู่ที่นั่นด้วย นับเป็นนรกที่ไม่มีการทรมาน แต่ก็เป็นสถานที่ไร้ซึ่งความหวังสำหรับดวงวิญญาณทั้งหลายไปตลอดกาล
  • Lust: ขุมสำหรับผู้ที่ปล่อยให้ตัณหาระคะครอบครองจิตใจ ดวงวิญญาณของพวกเขาจะถูกลมพายุพัดกระหน่ำให้ล่องลอยไปอย่างไม่มีทางได้หยุดพัก สำหรับคนดังในขุมนี้ก็มีอาทิ Cleopatra, Helen แห่ง Troy, Paris, Tristan
  • Gluttony: ขุมนี้มีไว้สำหรับผู้ที่ตะกละตะกราม โดยจะมีตัว Cerberus (สุนัขสามหัว) คอยยืนคุมเชิงให้ดวงวิญญาณในนรกขุมนี้ต้องนอนเกลือกกลิ้งในโคลนตมอันสกปรกโสโครก โดยมีฝนอันเย็นยะเยือกตกมาใส่แบบไม่สิ้นสุด
  • Greed: ขุมสำหรับคนโลภในลาภยศ เงินทอง ที่ต้องมาทนทุกข์ในการแบกของหนัก(ซึ่งอาจจะเป็นถุงเงินยักษ์)ไปตลอดกาล
  • Wrath: สำหรับผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธเคืองเป็นใหญ่ในชีวิต จะต้องมาฆ่าฟันกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุดในบึงขนาดใหญ่ สำหรับผู้ที่แพ้จะจมลงไปในน้ำที่แสนมืดมิดและหาความสุขใดๆ ไม่ได้เลย
  • Heresy: นรกขุมสำหรับพวกนอกรีต หรือมารศาสนา อย่างเช่นพวก Epicurian (ที่เชื่อว่าวิญญาณตายไปพร้อมกับร่างกาย) จะติดอยู่ในสุสานเพลิงที่ไม่มีวันดับมอด
  • Violence: สำหรับพวกที่นิยมใช้ความรุนแรง ปล้นฆ่า ข่มขืน ซึ่งนรกขุมนี้แบ่งเป็นสามส่วนย่อยๆ สำหรับ
1.)พวกที่ใช้ความรุนแรงกับคนอื่น จะต้องตกลงไปในแม่น้ำสีเลือดที่เดือดปุดๆ โดยจะมีธนูยิงใส่วิญญาณที่พยายามจะหนีด้วย สำหรับคนดังในขุมนี้ก็คือ Alexander the Great ไง
2.)พวกที่ใช้ความรุนแรงต่อตนเอง หรือพวกที่ฆ่าตัวตาย จะกลายเป็นต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่เต็มไปด้วยหนาม ให้ตัว Harpie (นกที่มีหน้าเป็นคน) คอยจิกกินอยู่ร่ำไป
3.)พวกที่ใช้ความรุนแรงต่อพระเจ้า หรือพวกที่ดูหมิ่นหรือล่วงเกินพระองค์ ทั้งยังทำลายธรรมชาติ จะต้องทนทุกข์ทรมานในทะเลทรายเพลิง ที่มีหิมะเพลิงตกลงมาจากฟ้าอีกด้วยด้วย
  • Fraud: นรกสำหรับผู้ที่ชอบหลอกลวง ฉ้อฉล ซึ่งก็แบ่งยิบย่อยเป็นสิบส่วนในนีั้อีกที
  • Betrayal: นรกสำหรับผู้ทรยศ ซึ่งก็แบ่งเป็นอีกสี่ส่วน และในจุดศูนย์กลางของนรกที่แสนเย็นยะเยือกก็เป็นที่จองจำซาตานซะด้วย
ความจริงยังมีเรื่องราวอีกเยอะแยะและลึกซึ้งกว่านี้ที่เราไม่สามารถนำมากล่าวถึงได้ทั้งหมด ยังไงก็ขอย้ำอีกครั้งว่านี่เป็นโคลงที่แต่งขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องจริงนะจ้ะ ก็ต้องซูฮกผู้แต่งที่เข้าใจเตือนสติพวกเราผ่านโคลงเหล่านี้ แม้ว่าจะผ่านมานานหลายศตวรรษแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และคุณค่าในทุกยุคทุกสมัยจริงๆ นะเนี่ย


*คัดเนื้อหามาแปลแบบตามมีตามเกิดจาก wikipedia ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า*


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น