วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Giallo (2009): ล่าไอ้โหด โฉดป้ายเหลือง

Giallo (2009):
ผลงานล่าสุดของ ผกก.ชาวอิตาลีในตำนาน Dario Argento เจ้าของผลงานหนังสยองขวัญคลาสสิคอย่าง Suspiria (1977), Deep Red (1975) และเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อหนังแนว Giallo (หนังทริลเล่อร์ไอ้โม่งโรคจิตเสียบไม่ยั้งของอิตาลีที่ฮิตกระหน่ำในช่วงยุค '70) ซึ่งไหนๆ แกก็ได้ดีมากับหนังแนวนี้มา ก็เลยขอทำเรื่องล่าสุดนี้โดยตั้งชื่อเรื่องเหมือนกับแนวหนังมันซะเลย โดยได้พ่อหนุ่ม Adrien Brody (Predators [2010]) ที่คิดไงไม่ทราบบินไปรับบทเป็นพระเอกให้ถึงในอิตาลีเชียวนะ


เหล่าสาวสวยโดนจับมาทรมานอีกแล้ว
ดูเหมือนว่าอิตาลีจะไม่เคยขาดแคลนฆาตกรโรคจิตเลย คราวนี้มันตระเวนหาเหยื่อด้วยรถแท็กซี่ พอเจอสาวชาวต่างชาติสวยๆ ล่ะก็จะจับไปทรมานจนตาย แถมถ่ายรูปไว้ดูไปช่วยตนเองไปอีกต่างหาก(จิตมาก) ว่าแล้วฝ่ายตำรวจที่นำโดยสารวัตร Enzo Avolfi (Brody) ก็ต้องเร่งออกสืบสวนเพื่อตามหาฆาตกรรายนี้ให้ได้ก่อนที่จะมีสาวๆ ต้องสังเวยชีวิตไปมากกว่านี้

เขาไม่ได้กำลังฉีดโบท็อกซ์ให้สาวๆ อยู่หรอกนะ
ต้องยอมรับว่าหนังดูมีราศีขึ้นมาได้ก็เพราะการได้พระเอก Brody มาร่วมงาน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก เพราะตัวหนังออกมาเดิมๆ ธรรมดามาก ไม่ว่าจะในส่วนของการสืบสวนหาฆาตกรก็ง่ายๆ ไร้ชั้นเชิง ฆาตกรก็กระจอกไป ด้านความตื่นเต้นก็ไม่มี ฉากการฆ่าอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังแนวนี้ที่แม้จะโหดแต่ก็ไร้ความน่าหวาดเสียว (หรือว่าเราจะซาดิสม์ไป?) ดังนั้นถึงแม้หนังจะยาวแค่ไม่ถึงชั่วโมงครึ่งแต่ก็น่าเบื่อชะมัด (นางเอกยังแก่ได้อีก)

พระนางของเรื่องกำลังเหวอ
งานนี้จะเรียกว่าเสียฟอร์ม ผกก.ก็ว่าได้ แต่จะโทษ ผกก.เขาคนเดียวก็ไม่ได้หรอก เพราะได้ข่าวว่าโปรดิวซ์เซอร์ของหนัง เข้ามายุ่มย่ามในขั้นตัดต่อหนังมากเกินไปจน ผกก.ต้องออกมาประกาศว่าไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับ(ความห่วย)ของหนังอีกต่อไป อืม เป็นผกก.ใหญ่ระดับนี้แล้วยังต้องเจอปัญหาแบบนี้อยู่หรอเนี่ย น่าเห็นใจๆ

ปล.ในเครดิตท้ายเรื่องบอกว่าคนที่เล่นเป็นตัวโกงชื่อ Byron Diedra ซึ่งถ้าลองสลับตัวอักษรไปมาจะออกมาเป็นชื่อ Adrien Brody (ลองทำดูสิ) ซึ่งเรื่องของเรื่องคือ เขาคิดไงไม่ทราบขอควบบทพระเอกกับตัวโกงเองเลยโดยใช้เม็คอัพเข้าช่วยซึ่งออกมาดูตลกไม่น้อยเชียวเออ (แหม่ ทำ ไป ได้)
  • น่าดูเพราะ: แฟนหนังพระเอก Brody ที่อยากเห็นเขาในมาดตำรวจเคราเข้ม และแฟนหนังฆาตกรรมคงจะพอดูได้อยู่
  • ไม่น่าดูเพราะ: หนังธรรมดาเกินไป ยิ่งพอเป็นหนังของ ผกก.ในตำนานอย่าง Dario Argento ที่มีพระเอก Adrien Brody มาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ถือว่าน่าผิดหวังทีเดียว




*ช่วงอันเนื่องมาจากหนัง*

The Girl Who Knew Too Much (1963) ได้ชื่อว่าเป็นหนัง Giallo เรื่องแรกๆ
ชื่อหนังแนว Giallo (ภาษาอิตาเลียนแปลว่า 'สีเหลือง') นั้นได้มาจากการที่หนังแนวนี้มักถูกสร้างมาจากนิยายเขย่าขวัญราคาถูกในอิตาลีที่ชอบทำหน้าปกเป็นสีเหลืองจนเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นเรื่องการสืบสวนหาตัวฆาตกร (whodunit?)ที่เน้นฉากฆาตกรรมอันยาวเหยียด เลือดนอง เต็มไปด้วยสาวสวย ฉากโป๊ มุมกล้องและดนตรีประกอบที่หวือหวา การปิดบังโฉมหน้าของฆาตกรไม่ให้รู้โดยมักให้สวมหน้ากาก สวมถึงมือหนังสีดำ และถืออาวุธวาววับ

Deep Red (1975) หนึ่งในหนังคลาสสิคของ Dario Argento
หนังแนวนี้มีมาตั้งแต่ยุค 60 แต่เพิ่งจะถูกจัดให้เป็นแนวหนังของตนเองและประสบความสำเร็จสุดๆ ก็ในช่วงยุค 70 ซึ่งผกก.ที่ขึ้นชื่อในหนังแนวนี้ได้แก่ Dario Argento, Mario Bava, Lucio Fulci, Aldo Lado, Sergio Martino, Umberto Lenzi, และ Pupi Avati ได้พากันสร้างสรรค์ผลงานคลาสสิคมาประดับวงการไว้มากมายอาทิ Blood and Black Lace (1964), The Bird with the Crystal Plumage (1970), Lizard in a Woman’s Skin (1971) และ Deep Red (1975) เป็นต้น

Amer (2009)หนัง Giallo ยุคใหม่ที่ทำได้ถึงคุณภาพ
พอล่วงเข้ายุค 80-90 ดูเหมือนว่าหนังแนวนี้จะเริ่มหย่อนความนิยมไปในที่สุด แต่ก็ยังมีสร้างกันออกมาเรื่อย(ในจำนวนที่น้อยลง)มาจนถึงปัจจุบัน ผู้กำกับหนังรุ่นหลังๆ มากมาย ต่างก็ได้รับอิทธิพลและถือว่าหนังแนวนี้เป็นครูของพวกเขา ทำให้เกิดหนังในกลุ่มที่เรียกว่า neo-giallo อาทิ Lust for Vengeance (2008) ของ Sean Weathers และ Amer (2009) ของ Hélène Cattet & Bruno Forzani ที่ได้รับคำชมไปเป็นกระบุง

มาวันนี้คอหนังมากมายก็ยังนิยมยกย่องและกล่าวถึงหนังแนวนี้กันอยู่ ยอดขายดีวีดีของหนังคลาสสิคแนวนี้เรื่องต่างๆ ก็ยังขายได้เรื่อยๆ แม้กระทั่งมีการจะนำมารีเมคกันใหม่ก็มี ซึ่งก็ไม่แน่นะว่าหนังแนวนี้อาจจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งก็เป็นได้ ก็ต้องรอดูกันต่อไปล่ะนะพี่น้องที่รักทั้งหลาย

*คัดข้อมูลบางส่วนมาจาก wikipedia จ้า*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น