วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เพลงอินดี้ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ - 30 พ.ย.53


ทางบล็อกได้คัดเลือกและรวบรวมเพลงอินดี้กับไม่อินดี้ที่น่าสนใจจากเว็บต่างๆ ที่มีเพลงให้โหลดไปฟังกันฟรีๆ อย่างถูกกฏหมายและผิดกฏหมายมาแนะนำสู่กันฟังในทุกวันอังคาร ซึ่งสัปดาห์นี้ทางเราก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสรรหาเพลงที่น่าสนใจมาฝากบรรดามิตรรักแฟนบล็อกกันเช่นเดิม อาทิเพลงจากอัลบั้มใหม่ของ The Get Up Kids, Johnny Foreigner, Amos Lee และอีกมากมายให้เลือกฟังเลือกโหลดกันตามต้องการเลยจ้า


*ท่านที่ใช้ IE สามารถเซฟเพลงไว้ฟังได้ด้วยการคลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก Save Target As...
ส่วนท่านที่ใช้ Firefox คลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก บันทึกลิงค์เป็น... ได้เลยจ้า*




Abbie Gale อัลบั้ม No Inspiration
สัปดาห์นี้เราขอเริ่มด้วยวงอินดี้จากประเทศกรีซ ซึ่งรวมตัวกันตั้งแต่ปี 2003 ก่อนจะออกอัลบั้มแรกที่ชื่อ Family Life มาในปี 2005 แล้วก็ตามมาด้วยอัลบั้มชุดที่สองอย่าง 2 ในปี 2007 ส่วนนี่คืออัลบั้มล่าสุดของพวกเขาซึ่งก็ออกมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว และเพลงที่เรานำมาฝากนี้ก็อาจจะทำให้ท่านหลงรักทันทีที่ได้ฟัง และอย่าได้แปลกใจถ้าในอนาคตเมื่อเอ่ยถึงประเทศกรีซ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดท่าน ก็คือวงอินดี้แจ่มๆ วงนี้ก็เป็นได้ เหอๆ

MP3: Abbie Gale - Born to Be a Star




The Get Up Kids อัลบั้ม There are Rules (21 ม.ค.2011)
วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคจาก แคนซัส ซิตี้ มิสซูรี่ อเมริกา วงนี้รวมตัวกันมาตั้งแต่กลางยุค 90 และมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร (เริ่มดังไล่เลี่ยมากับ Green Day และ Weezer) ซึ่งพวกเขาก็ออกอัลบั้มมาได้สี่ชุดก่อนจะแตกวงกันไปในปี 2005 แล้วก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2008 (อ่ะนะ) ซึ่งล่าสุดพวกเขาได้เตรียมเข็นอัลบั้มแรกในรอบเจ็ดปี(ชุดที่แล้วออกปี 2004)ชุดนี้ออกมาในช่วงปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับแฟนเพลงวงนี้ยิ่งนัก ว่าแล้วเราก็ไปฟังเพลงใหม่จากอัลบั้มนี้ของพวกเขากันเถ๊อะ

MP3: The Get Up Kids - Regent's Court




Johnny Foreigner อีพี You Thought You Saw a Shooting Star but Yr Eyes Were Blurred with Tears and That Lighthouse Can Be Pretty Deceiving with the Sky So Clear and Sea So Calm EP
ต่อกันด้วยอีพีชุดล่าสุดของวงอินดี้ร็อคสองหนุ่มหนึ่งสาวจาก เบอร์มิงแฮม อังกฤษ ที่เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ในวันนี้นี่เอง ซึ่งแค่ชื่ออีพีก็ยาวที่สุดในสามโลกแล้วมั้ง ส่วนในเรื่องการทำเพลงน้อยส์ป็อปมันส์ๆ แบบที่ร้องสลับหญิงชายอันเป็นเอกลักษณ์ของวงนี้ก็ยังอยู่ครบถ้วนเช่นเดิม(ชื่อเพลงนี้ก็ยาวไม่ใช่เล่นเหมือนกัน) นับเป็นวงอินดี้ร็อคจากอังกฤษที่ทำเพลงได้ทั้งเก๋ทั้งกวนทั้งมันส์ถูกใจจริงๆ ผับเพื่อยสิ

MP3: Johnny Foreigner - Who Needs Comment Boxes When You've Got Knives




The Good the Bad อัลบั้ม From 001 to 017
สามหนุ่มร็อคบรรเลงจาก โคเปนเฮเก้น เดนมาร์ก อันประกอบด้วย Adam Olsson (ลีดกีต้าร์), Johan Lei Gellett (กลอง) และ Manoj Ramdas (บาริโทนกีต้าร์) ซึ่งมาพร้อมอัลบั้มเพลงเซิร์ฟร็อคเจเรเนชั่นใหม่ที่ราวกับหลุดมาจากหนังของ เควนติน ทาแรนติโน่ แถมทั้งปกอัลบั้มและเอ็มวีของพวกเขาก็ติดเรทได้ใจเสียจริง (ยกตัวอย่างเช่น MV เพลง 030 เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาวสวยที่ เอิ่ม...ร่วมรักกับกีต้าร์) เป็นวงที่ แร๊งง จริงๆ ครับพี่น้อง เหอๆ

MV เพลง'030' (ติดเรทชวนใจแตก ผู้ปกครองควรพิจารณา)





Wow & Flutter อัลบั้ม Equilibrio!
ซับน้ำลายกันให้เรียบร้อยแล้วมาต่อกันกับสามหนุ่มอินดี้ร็อคจาก พอร์ทแลนด์ โอเรกอน อเมริกา ที่ถึงหน้าตาจะไม่เรียกแขกเท่าไหร่ แต่เรื่องฝีมือนั้นหายห่วงได้เลยเพราะได้ติดโผ'50 วงอินดี้ที่แจ่มที่สุดในแอลเอ' จากการจัดอันดับของนิตยสาร Spin ซะด้วย และนี่คงเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขา(มั้ง) น่าสนใจๆ

MP3: Wow & Flutter - The Puget Sound




Cowlick อัลบั้ม Wires
สามหนุ่มอินดี้ร็อคจาก แคนาดา วงนี้ก่อตั้งในปี 2006 โดยสองพี่น้อง Dylan Hudecki และน้องชาย Jackson ก่อนจะเพิ่มนาย Ian Parker เข้ามาเป็นสมาชิกคนที่สามของวงในเวลาต่อมา ซึ่งพวกเขาก็ได้เล่นเป็นวงเปิดให้กับศิลปินอินดี้มากมายอาทิ Most Serene Republic, Don Cabellero, Hidden Cameras, Ian Blurton & Huron และสามารถซิวรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที Hamilton Musicawards 2008 ของแคนาดามานอนกอดอีกด้วย ส่วนนี่คืออัลบั้มชุดที่สองของพวกเขาที่ออกมาตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แคนาดา สร้างสรรค์วงดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น!

MP3: Cowlick - Wires




Weird Korea อีพี No Art / / No Trade EP
ถึงชื่อวงจะออกไปทางเกาหลี แต่วงสามหน่อการาจร็อควงนี้มาจาก นิวยอร์ค อเมริกา ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งวงอินดี้ที่หาข้อมูลหรือแม้แต่รูปหน้าชัดๆ ของสมาชิกวงได้ยากมาก เราเลยไม่รู้ว่านี่เป็นอีพีชุดที่เท่าไหร่ของเขาแล้ว รู้แต่ว่าถึงพวกเขาจะกวนแค่ไหนแต่ก็ยังอุตส่าห์ใจดี แจกอีพีนี้ให้ฟังกันฟรีๆ โดยพี่น้องสามารถเข้าไปโหลดมาฟังสบายใจจังตังค์อยู่ครบได้ตามลิงค์ข้างล่างนี่เลยจ้า

MP3: Weird Korea - Youth Cult



Secret Mountains อัลบั้ม Rejoice
วงอินดี้หกชีวิตจาก บัลติมอร์ แมรี่แลนด์ อเมริกา ที่มาพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดแรก ซึ่งวางจำหน่ายตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา งานเพลงของพวกเขามีกลิ่นไซคีเดลิกอยู่พองาม เมื่อมาเจอเสียงร้องอันชวนฟังของนักร้องนำสาว Kelly Laughlin เข้าด้วย ก็เลยออกมากลมกล่อมปนเท่ยิ่งนัก ลองฟังดูสิจ้ะ เผื่อจะติดใจ ขอบอก

MP3: Secret Mountains - Rejoice




Valleys อีพี Stoner EP
อีกหนึ่งวงจาก แคนาดา(แต่ตอนนี้ไปปักหลักที่ แอลเอ อเมริกา แล้ว) ที่มาพร้อมนักร้องนำหญิงเสียงชวนเคลิบเคลิ้มก่อนจะปลุกเราจากภวังค์ด้วยเสียงกีต้าร์อันแตกพร่าเท่ไปเลยจ้า เดิมที่พวกเขามีชื่อวงว่า There Were Valleys ก่อนจะตัดสองคำหน้าออกไปในภายหลัง และก็ออกอัลบั้มชุดแรกชื่อ Night War มาเมื่อปี 2006 ก่อนจะตามด้วยชุด Sometimes Water Kills People
เมื่อปีที่แล้ว และนี่คืออีพีชุดใหม่ของพวกเขาที่เพิ่งออกมาช่วงต้นเดือนนี้ ฟังเพลงนี้แล้วชักจะสนใจพวกเขาขึ้นมาจับจิตเสียแล้วสิครับพี่น้อง

MP3: Valleys - Ordinary Dream



East River Pipe อัลบั้ม We Live in Rented Rooms
East River Pipe หรือ Fred Cornog (FM Cornog) จาก นิวเจอร์ซี่ อเมริกา ซึ่งมีผลงานออกมาตั้งแต่ปี 1993 แล้วโน่น ส่วนอัลบั้มชุดนี้คือชุดที่เจ็ดของเขาซึ่งมีกำหนดวางแผงวันที่ 15 ก.พ.ปีหน้า นี่ถ้าไม่เก๋าจริง คงไม่อยู่ยงคงกระพันออกผลงานมาจนป่านนี้ได้หรอกเนอะ นับถือๆ ข้าน้อยขอคารวะหนึ่งเป๊ก กรึ๊บ!

MP3: East River Pipe - Cold Ground



Destroyer อัลบั้ม Kaputt (25 ม.ค.2011)
Deatroyer ก็คือยอดชายนาย Daniel Bejar จาก แวนคูเวอร์ แคนาดา ที่มีผลงานออกมาตั้งแต่กลางยุค 90 แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจไปถ้าชุดนี้จะเป็นชุดที่สิบของเขาพอดีเป๊ะ และสำหรับศิลปินที่เก๋า(และเก่า)ขนาดนี้ เราคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันให้มากหรอกเนอะ ไปฟังเพลงใหม่ของเขากันดีกว่าจ้า

MP3: Destroyer - Chinatown




Summer Fiction อัลบั้ม Summer Fiction (1 ธ.ค.)
Summer Fiction นั้นหรือก็คือหนุ่ม Bill Ricchini จากฟิลาเดลเฟีย อเมริกา ที่นำเอาสไตล์เพลงบาโรคป็อปของปลายยุค 60 มาผสมผสานกับโฟล์คร็อค ไปยันวอลทซ์และคันทรี่ จนออกมาเป็นเพลงน่ารักน่าฟังน่าหยิกชุดนี้ ที่จะวางแผงในวันพรุ่งนี้ ใครฟังแล้วติดใจอยากฟังเต็มๆ ก็สั่งซื้อเลยโลด(แล้วเอามาแบ่งกันฟังบ้างล่ะ)

MP3: Summer Fiction - Chandeliers




James Vincent McMorrow อัลบั้ม Early In the Morning (25 ม.ค.2011)
หนุ่มโฟล์คร็อคจาก ดับลิน ไอร์แลนด์ คนนี้ได้เซ็นสัญญากับสังกัดใหญ่อย่าง EMI และ เตรียมออกอัลบั้มเต็มชุดแรกของเขานี้ในอเมริกาช่วงปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า(ในอังกฤษออกไปก่อนแล้ว) ส่วนตอนนี้เขากำลังตระเวนทัวร์ทั่วยุโรปอยู่ ทำเพลงได้น่าฟังซะปานนี้ ก็ขอให้รุ่งๆ นะจ้ะ พ่อคุ๊ณณ

MP3: James Vincent McMorrow - If I Had a Boat




Amos Lee อัลบั้ม Mission Bell (25 ม.ค.2011)
หนุ่ม โฟล์ควัย 32 ขวบจาก ฟิลาเดลเฟีย เพนน์ซิลเวเนีย อเมริกา คนนี้มีจุดเด่นตรงสไตล์การร้องที่มีความเป็นโซลสุดได้อารมณ์ เขาเคยมีซิงเกิ้ลอย่างเพลง Colors เมื่อสมัยออกอัลบั้มแรกในปี 2005 และนี่คืออัลบั้มชุดที่สี่ของเขาที่จะวางแผงในปลายเดือน ม.ค.ปีหน้า ซึ่งได้แขกรับเชิญดังๆ มาช่วยงานเพียบอย่างเช่น Willie Nelson, Lucinda Williams, Priscila Ahn โดยมี Joey Burns แห่งวง Calexico มาโปรดิวซ์อัลบั้มให้ คอเพลงโฟล์คที่มีกลิ่นคันทรี่/โซล ชวนฟังไปเคลิ้มไปอย่าพลาดเชียวเน้อ




*วันวานยังหวาน(หู)อยู่*

The Smashing Pumpkins อัลบั้ม Adore (1998)
มาถึงอัลบั้มชุดที่สี่ ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายสำหรับทางวง ไม่ว่าจะเป็นการที่ป๋า Billy Corgan ไล่มือกลอง Jimmy Chamberlin ออกจากวงเพราะปัญหาด้านยาเสพติด (จนวงกลายเป็นทรีโอ้อยู่พักหนึ่ง) ที่สำคัญกว่านั้นคือการตัดสินใจเปลี่ยนแนวดนตรีให้โอนเอียงไปทางอีเลกโทรนิกมากขึ้น และโละความเป็นร็อคแรงๆ แบบอัลบั้มชุดเก่าๆ ทิ้งไปหมด(ส่วนกลองก็ใช้ดรัมแมชีนแทน) แถมทางวงยังเปลี่ยนอิมเมจให้ออกไปแนวกอธิคที่ดูพิลึกชอบกลอีกด้วย

ผลที่ออกมาถึงบรรดานักวิจารณ์ส่วนใหญ่จะพากันชื่นชมตัวอัลบั้ม แต่สำหรับแฟนเพลงส่วนใหญ่แล้ว พวกเขากลับรู้สึกรับไม่ค่อยได้กับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลให้ยอดขายอัลบั้มต่ำอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับอัลบั้มชุดก่อนๆ ของทางวง
เล่นเอาป๋า Corgan เสียเซลฟ์ไปพอดูเลยล่ะ แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วถึงอัลบั้มจะผิดกลิ่นที่แฟนๆ คุ้นเคยไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่าเป็นอัลบั้มคุณภาพอีกชุดหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าที่จะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ของพวกเขา แม้ว่าผลที่ออกมาคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยปลื้มก็ตามทีเถอะ สู้เขาต่อไปนะ The Smashing Pumpkins!

MP3: The Smashing Pumpkins - Perfect



*ขาดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า เพราะต้องยอมรับว่าหลายครั้งเราเองก็ช่างมั่วได้ใจยิ่งนัก หากมีอะไรแนะนำติชมก็ได้โปรดอย่ารั้งรอที่จะบอกกล่าวกันเน้อ ไว้พบกันใหม่สัปดาห์หน้า ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนๆ หนาวๆ แล้ว ยังไงก็ขอให้ฟังเพลงอย่างมีความสุขโดยถ้วนหน้ากันนะครับทุกท่าน : )


*ขอขอบคุณ spinner, fader, stereogum และอีกหลายๆ เว็บที่ถูกรวบรวมและคัดเลือกเพลงมาโพสต์บนบล็อกนี้อย่างลั้นลา*






วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Easy A (2010): เขาหาว่าหนูชอบเสียสาว

Easy A (2010) :
น้องหนู Emma Stone (Zombieland [2009]) คิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ตัดสินใจทิ้งโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของ Sucker Punch (2011) หนังรวมพลังสาวเซ็กซ์บู๊กระจายของ ผกก.Zack Snyder ไป เพื่อมาเล่นหนังตลกวัยรุ่นเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากหนังจะออกมาฮิตเกินคาดจนส่งผลให้เธอได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวแล้ว ยังทำให้เธอมีโอกาสได้เล่นหนังสไปเดอร์แมนฉบับรีบู๊ตที่จะออกฉายในปี 2012 อีกด้วย แจ่มไปเลยจ้า แม่คุ๊ณณ


น่ายื้มตัวสองคนนี้มาประจำการห้องน้ำตามห้างบ้าง
ในเรื่องนี้น้องเขารับบท Olive สาว ม.ปลายหัวดี แต่หนุ่มเมิน เลยยังไม่มีแฟนอย่างชาวบ้านชาวช่องเขาสักที(ทั้งๆ ที่อยากมีจะแย่อยู่แล้ว) และด้วยการกลัวเพื่อนสาวจะล้อเอา ชีก็เลยโม้สะบัดไปว่าเคยมีอะไรกับผู้ชายมาแล้ว ซึ่งเมื่อข่าวซุบซิบเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน มันก็ทำให้คุณเธอกลายเป็นที่สนใจจากทุกคนที่เคยเมินเธอขึ้นมาทันที แต่จากการโกหกครั้งนั้นก็ได้ก่อปัญหาวุ่นวายต่างๆ นาๆ ให้แก่เธอมากมายขึ้นเรื่อยๆ จนไม่ไหวจะเคลียร์ ซึ่งก็ต้องเอาใจช่วยกันล่ะว่าเธอจะหาทางออกและเคลียร์ชื่อเสียงให้กับตนเองได้ยังไงกันเน้อ


เคยเขม่นสาวคนอื่นอย่างนี้บ้างไหม
ดูเหมือนว่าผลงานหนังตลกวัยรุ่นของ ผกก.Will Gluck เรื่องนี้จะเป็นการดัดแปลงเรื่องราวมาจากวรรณกรรมคลาสสิคเรื่อง The Scarlet Letter แถมยังมีการเอ่ยพาดพิงถึงอย่างหน้าชื่นตาบานอยู่ตลอดทั้งเรื่องอีกด้วย ซึ่งหนังก็ไม่ได้ออกมาซีเรียสชีช้ำเหมือนต้นฉบับแน่นอน แต่สามารถนำประเด็นเรื่องการซุบซิบนินทาแบบปากต่อปากมาผูกเป็นเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน เก๋ไก๋ กุ๊กกิ๊ก เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โดนใจวัยทีนไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว


ขอแค่ได้นั่งรถตัดหญ้ากับคนที่ใช่ก็มีความสุขมากมายแล้ว
หนังได้เหล่านักแสดงมากฝีมือผลัดกันมาสร้างสีสันตลอดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Stanley Tucci กับ Patricia Clarkson ในบทพ่อแม่ผู้เข้าอกเข้าใจลูกแบบสุดๆ ของนางเอก หรือ Thomas Haden Church กับ Lisa Kudrow ในบทครูในโรงเรียน และที่จะลืมไม่ได้ก็คือสาว Amanda Bynes ซึ่งขอมาในบทตัวอิจฉาที่ก็ยังดูน่ารักน่าหยิกได้อีก แต่สำหรับคนที่แจ้งเกิดแบบเต็มๆ ก็คือนางเอกเราซึ่งทั้งสวย น่ารัก เซ็กซี่ เปี่ยมเสน่ห์ และยังดูฉลาดอยู่ในที ในแบบที่ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องนี้คงจะหลงเสน่ห์เธอได้ไม่ยากเลยล่ะ

หุ่นล่ำแบบนี้สาวๆ เขาปลื้มนักเชียว
ทว่าการที่จำกัดตัวเองเป็นหนังตลกวัยรุ่นเรท PG-13 อะไรๆ ก็เลยไม่ค่อยจะจริงจังไปซะหมด ซึ่งในช่วงท้ายของหนังก็เลยรู้สึกว่าทุกอย่างดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดีง่ายไปนิดนึง ยังไงเสียนี่ก็เป็นหนังวัยรุ่นที่น่าดู มีแง่คิด และเต็มไปด้วยตัวละครที่มีเสน่ห์ คุณสาวๆ ก็น่าจะชอบกันได้ไม่ยาก ส่วนคุณหนุ่มๆ ก็ยังดูได้เพลินๆ ที่น่าสังเกตคือในบางอารมณ์แล้วนางเอกเราดูคล้ายสาว Lindsay Lohan ซะ ซึ่งก็อย่าได้แปลกใจถ้าต่อไปจะมีคนนำสาวทั้งคู่นี้ไปเปรียบเทียบกัน และยกให้สาว Stone เป็น Lindsay Lohan คนใหม่ ยังไงก็หวังว่าจะไม่ดังไปทางฉาวเหมือนกันล่ะเน้อ เหอๆ
  • น่าดูเพราะ: เป็นหนังตลกวัยรุ่นน่ารักๆ ที่สนุก มีแง่คิด เต็มไปด้วยนักแสดงที่มีเสน่ห์ผลัดกันมาสร้างสีสัน ดูเพลินจริงๆ
  • ไม่น่าดูเพราะ: หนังสไตล์นี้คงเรียกแขกได้แต่เฉพาะวัยรุ่น(โดยเฉพาะสาวๆ) ด้วยความที่เป็นหนังตลกวัยรุ่น อะไรๆ ในหนังก็เลยไม่จริงจัง และมองโลกในแง่ดีเกินกว่าคอหนังผู้ซีเรียสจะยอมรับได้แน่ (อิอิ)




*ช่วงเพลงในหนัง*

Lenka
เป็นหนังตลกสำหรับวัยทีนแบบนี้ ก็ต้องมีเพลงสำหรับวัยทีนทั้งนั้นแน่ๆ ซึ่งในเรื่องนี้จะเน้นไปทางเพลงป็อปร็อคเก๋ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเพลงของ Lenka, Natasha Bedingfield, The Pussycat Dolls, OneRepublic หรือแม้กระทั่งวงที่ออกแนวอินดี้หน่อยอย่าง Death Cab for Cutie และ The Boy Least Likely To

แต่สำหรับสองเพลงที่เราคิดว่านอกจากจะเพราะติดหูแล้ว ยังถูกนำมาใช้ในหนังเพื่อเรียกรอยยิ้มได้อีกด้วย ซึ่งก็คือเพลง Pocketful of Sunshine ของ Natasha Bedingfield ที่ใช้ในช่วงต้นของหนัง และเพลง Trouble Is a Friend ของ Lenka ที่ถูกใช้ทุกครั้งในฉากที่นางเอกต้องเข้าห้องปกครอง ว่าแล้วก็ไปฟังกันเลยจ้า




วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Takers (2010): ปล้นโคตรๆ โจรพันธุ์เนี้ยบ


Takers (2010) :
หนังแอ็คชั่นโจรกรรมเรื่องนี้อัดทั้งนักแสดงและนักร้องผิวสีมาซะตรึมเชียว(มีทั้ง Chris Brown และ T.I. ที่ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้หนังอีกด้วย) แต่ก็ยังไม่ลืมเหลือพื้นที่ไว้ให้คนผิวขาวด้วยเช่นกัน(ในอัตราส่วนสองต่อหนึ่ง) ว่าแล้วเราก็เลยได้เห็นยอดชายนาย Hayden Christensen (Jumper [2008]) และ Paul Walker (Fast & Furious [2009])แหลมหน้ามาร่วมแจมโจรก๊วนนี้กะเขาด้วย


โจรก๊วนนี้จะเอาเท่ไปถึงไหน
หนังว่าด้วยเรื่องราวของก๊วนโจรมืออาชีพที่วางแผนปล้นที่ไหนแล้วมักจะไม่พลาด ที่แต่ละคนต่างก็เสวยสุขกันอย่างชื่นมื่น ซึ่งต่อมาอดีตเพื่อนเก่าที่เพิ่งออกมาจากคุก(T.I.)ก็ชักชวนพวกเขาไปปล้นรถขนเงินล็อตใหญ่ ที่ก็แน่นอนว่าปัญหาต่างๆ ย่อมตามมา ไม่ว่าจะการตามล่าจากตำรวจ การล้างแค้น หักหลัง แถมแต่ละคนต่างก็ปัญหาส่วนตัวของตนอยู่แล้วด้วย เล่นเอางานนี้ก๊วนโจรสุดเนี้ยบของเราต้องเสื้อยับไปตามๆ กันเลยทีเดียวแหล่ะ


มาดแต่ละคนนี่เนี้ยบได้ใจจริงๆ
ผกก.John Luessenhop กำกับผลงานเรื่องที่สองของเขานี้(ซึ่งทิ้งช่วงห่างจากเรื่องแรกอย่าง Lockdown [2000] ถึงสิบปีเชียว) ออกมาได้ดูเพลินดีในระดับหนึ่ง เทคนิคงานสร้างด้านต่างๆ ดูดีไม่กิ๊กก๊อก ฉากแอ็คชั่นก็ดูสนุกดีไม่เสียเส้น ซึ่งหนังก็ไม่ได้กะขายบู๊กันอย่างเดียวเพราะบทก็พยายามเติมมิติให้กับตัวละครเด่นๆ บางตัว เสียดายที่ตัวละครมีเยอะแต่เวลาดันมีน้อย ก็เลยได้แค่พยายามแบบขาดๆ เกินๆ ยึกๆ ยักๆ เท่านั้น ดั่งเช่นพ่อหนุ่ม Christensen ที่ไม่เด่นจนแทบจะเป็นตัวประกอบอดทนอยู่แล้ว


งานนี้พ่อหนุ่มอนาคินไม่ได้พกไลท์เซเบอร์มาด้วย
ถึงหนังจะไม่มีอะไรแจ่มๆ เด็ดๆ มาฝาก แถมยังมีทั้งช่วงที่่เข้าท่าและไม่เข้าท่าให้เห็นอยู่ตลอดเรื่องอีกด้วย แต่รวมๆ แล้วก็ยังถือว่าเป็นหนังแอ็คชั่นปล้นกระจายที่ยังดูได้เพลินดีอยู่ ซึ่งอย่างน้อยหนังก็ทำสำเร็จที่ทำให้คนดูรู้สึกลุ้นเอาใจช่วยพวกพระเอกซึ่งเป็นโจร มากกว่าจะลุ้นเอาใจช่วยทางฝั่ง
ตำรวจ เอาแค่การเน้นให้เห็นความเป็นอยู่อันแตกต่างราวหน้ามือกับหลังเท้าระหว่างโจรกับตำรวจในหนังก็คงพอจะทำให้หลายคนเผลอคิดไปแว่บหนึ่งว่า 'อืม เป็นโจรก็ไม่เลวเหมือนกันนะเนี่ย...' เหอๆ


นักแร็พ T.I.ทิ้งไมค์มาดูดซิก้าร์กวนตำหนวด
  • น่าดูเพราะ: เป็นหนังแอ็คชั่นปล้นแหลกที่ทำออกมาได้ดูเพลินๆ ในระดับหนึ่ง ถ้าไม่คิดมากอะไรนะ
  • ไม่น่าดูเพราะ: มาแบบเดิมๆ ของหนังแนวนี้ ที่ไม่มีอะไรเด็ดๆ ไปกว่าเรื่องอื่นๆ อีกสามพันห้าร้อยเรื่องเลย ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้น่า






*ช่วงเพลงในหนัง*
Kasabian
เห็นหน้าหนังเป็นแบบนี้ก็เถอะ แต่เพลงฮิปฮอปแร็พนั้นแทบจะไม่มีให้ฟังกันเลย ในทางกลับกันหนังขอใช้บริการเพลงของศิลปินอัลเทอร์เนทีฟร็อคที่ไม่ค่อยดัง หรือเพลงที่ออกแนวร็อคๆ ซะมากกว่า ซึ่งก็มีอาทิเช่น Ambulance Ltd., Apollo 440, Kram และที่จะดังกว่าเพื่อนหน่อยก็วงอังกฤษ Kasabian ซึ่งเราก็นำเพลง Underdog ของวงหลังที่ใช้ในช่วงเอนด์เครดิตมาฝากกันจ้า