วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

Capitalism: A Love Story (2009): มนต์รักทุนนิยม


Capitalism: A Love Story (2009) :
ถ้าจะเอ่ยถึงคนทำสารคดีที่โดดเด่นและโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นน้าตุ้ย Michael Moore (Fahrenheit 9/11 [2004]) เพราะนอกจากแกมักจะเสนอหน้าในสารคดีของตนอยู่เป็นนิตย์จนคนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว งานของแกยังเต็มไปด้วยลีลากวนๆ แบบตลกร้าย ที่กัดจิกได้แสบๆ คันๆ แต่ก็ตีแผ่ได้อย่างถึงลูกถึงคน จนหลายครั้งคนมักจะตำหนิว่างานของแกเต็มไปด้วยอคติส่วนตัวและพยายามโน้มน้าวคนดูเกินไปหรือเปล่า ซึ่งน้าตุ้ยของเราก็สะบัดบ๊อบใส่เพราะไม่แคร์สื่ออยู่แล้ว และยังคงเดินหน้าลุยสร้างสารคดีที่มุ่งเน้นการตีแผ่ความไม่ชอบมาพากลภายในอเมริกาบ้านเกิดของตนต่อไป


คราวนี้น้าตุ้ยจะพาเราบุกรัฐสภา(อเมริกา)
และผลงานเรื่องล่าสุดของน้าตุ้ยนี้จะตีแผ่ถึง 'ระบบทุนนิยม' ในอเมริกาที่เอารัดเอาเปรียบคนรากหญ้ามากมายที่ถึงกับโดนไล่ออกจากบ้านที่ตนเป็นเจ้าของอยู่แท้ๆ(จากการนิยมเอาบ้านไปจำนองกับธนาคารของคนมะกัน) บ้างก็โดนเลย์ออฟจากงานแบบไร้เยื่อใยทั้งๆ ที่เขาเหล่านั้นทุ่มเทชีวิตให้กับงานแบบ 110% และอื่นๆ อีกเยอะ ในขณะที่เหล่าคนรวยที่หากินบนความทุกข์คนอื่นก็รวยเอารวยเอา จนในที่สุดก็ก่อให้เกิดปัญหา 'วิกฤตการณ์ทางการเงินในช่วงปี 2007-2010'(หรือที่เรียกกันว่าวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์) ที่เล่นเอาชาวประชาและแม้แต่ธนาคารใหญ่ๆ ทั้งหลายร่อแร่ แต่เพราะมีนักทุนนิยมที่มีอำนาจในรัฐบาลอยู่มากมายนั่นเอง จึงทำให้รัฐบาลตัดสินใจปล่อยเงินมาอุ้มธนาคารเหล่านี้แทนที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ตกยากทั้งหลายไปซะงั้น


คนอย่างน้าตุ้ยจะไปสัมภาษณ์ใครก็มักถูกเมินใส่
พอขึ้นต้นมาก็กวนโอ๊ยได้ใจแล้ว เพราะน้าเปรียบเทียบอเมริกาให้เป็นเหมือนกับกรุงโรมในยุคโรมันได้อย่างแสบสันต์ซะจริง แล้วก็ร่ายยาวถึงความเป็นมาเป็นไปของเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ สลับกับการพาย้อนไปดูภาพอดีตของน้าแกเช่นในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาของแก ที่ดูเพลินสไตล์แกอีกอย่างคือมักจะมีการนำเพลงและตัดต่อภาพจากหนังหรือสื่อต่างๆ มาใช้ประกอบการเล่าเรื่องได้อย่างเข้าท่า แถมแกยังมุ่งมั่นกับการโจมตีกระแนะกระแหนทั่น George Bush Jr. อย่างไม่ลดละเช่นเดิม ทั้งยังมีทฤษฏีสมคบคิดในแวดวงคนใหญ่คนโตมาฝากอีกแล้ว ซึ่งการตั้งทฤษฏีขึ้นมาแบบนี้ ถึงจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหนก็คงไม่พ้นกับการถูกครหาว่าเป็นการ 'ใช้อคติส่วนตัวและโฆษณาชวนเชื่อ'อยู่ดี จนบางคนดูแล้วอาจคิดว่าน้าตุ้ยเป็นพวก 'สังคมนิยม' (Socialism) เอาเลยก็ได้


แต่ถึงกระนั้นไปไหนก็เป็นที่สนอกสนใจจากฝรั่งมุง
นับเป็นสารดีที่ทำได้ดี ช่วยทำให้เราเข้าใจความเป็นมาเป็นไปในอเมริกามากขึ้น น้าเล่าเรื่องที่ฟังดูไม่น่าดึงดูดใจเหล่านี้ได้อย่างลื่นไหลเข้าใจง่าย(แถมมีอารมณ์ขันอีกต่างหาก) แม้จะมีบางช่วงดูน่าเบื่อและมีแต่คนมาพล่ามศัพท์แสงทางวิชาการที่ชวนง่วงไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดสารคดีก็จบด้วยความหวัง เมื่อเสนอภาพชัยชนะในการเลือกตั้งของ ปธน.Barack Obama ที่คนอเมริกันทั้งหลาย(โดยเฉพาะคนรากหญ้า)ดูจะฝากความหวังกับท่านไว้เยอะ ส่วนน้าตุ้ยเราแกก็ทิ้งท้ายแบบแสดงเจตนารมย์ไว้อย่างชัดเจนว่า "ผมปฏิเสธที่จะอยู่ในประเทศอย่างนี้ แต่ผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น" น้ากำลังจะบอกว่า จะทู่ซี้ทำสารคดีตีแผ่ความอยุติธรรมเช่นนี้ต่อไปว่างั้นเหอะ สู้ๆ นะจ้ะ น้าตุ้ย


น้าตุ้ยยังคงกระเตงคุณพ่อไปออกงานอยู่
  • น่าดูเพราะ: เป็นสารคดีที่ตีแผ่ ปัญหาการเงินในสหรัฐได้อย่างถึงกึ๋น กวนโอ๊ย ถึงลูกถึงคน สไตล์น้าตุ้ยที่แฟนๆ คุ้นเคยและชื่นชอบกันดี ดูแล้วจะเข้าใจอเมริกามากกว่าที่เป็น
  • ไม่น่าดูเพราะ: ขึ้นชื่อว่าเป็นสารคดีก็ฟังดูน่าเบื่ออยู่แล้ว พอมาด้วยเรื่องราวเศรษฐกิจบ้านเขา ที่ชวนเครียดแบบนี้ ก็ไม่ค่อยดึงดูดใจให้ดูนักหรอก



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น