วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Foo Fighters: Back and Forth (2011): ย้อนตำนานควายถึกอัลเทอร์ฯ

Foo Fighters: Back and Forth (2011) :
สำหรับบรรดาคอเพลงร็อคสากลออกแนวอัลเทอร์ฯ แล้ว คงจะรู้จักกันดีกับวง Foo Fighters ที่นำโดยเฮีย Dave Grohl (อดีตมือกลองแห่ง Nirvana) ที่สื่อดนตรีไทยบางเจ้าเคยตั้งฉายาให้เฮียว่า 'ควายถึกแห่งวงการอัลเทอร์เนทีฟ' ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเฮียเขาโง่จนเคี้ยวหญ้าหรอกนะแต่หมายถึงความทนทานสุดอึดชนิดไม่หวั่นแม้วันมามากของเฮียต่างหากเล๊า อิอิ


จากไอ้หนุ่มผมยาวกลายเป็นไอ้หนุ่มใหญ่ผมยาวไปซะแล้ว
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Foo Fighters ซึ่งโลดแล่นบนถนนสายร็อคมากว่า 16 ปี ด้วยสตูดิโออัลบั้มอีก 7 ชุด และกลายเป็นวงร็อคระดับเต้ยไปแล้วในทุกวันนี้ กว่าที่พวกเขาจะมายืนอยู่จุดนี้ได้นั้นต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามสุดดราม่ามามากมายแค่ไหน ว่าแล้ว ผกก.James Moll มือทำสารคดีสุดเก๋า จึงขออาสาพาท่านย้อนตำนานของวงไปยังสมัยที่วงเพิ่งตั้งไข่เมื่อปี 1994 มาจนกระทั่งถึงช่วงที่พวกเขาบันทึกเสียงอัลบั้มชุดล่าสุด Wasting Light ที่เพิ่งวางแผงไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง


(ซ้าย) บรรยากาศการทำสารคดี
สารคดีเล่าเรื่องตั้งแต่สมัยที่เฮีย Grohl ยังอยู่สุดยอดวงกรั๊นจ์ในตำนานอย่าง Nirvana จนกระทั่ง Kurt Cobain ฆ่าตัวตายชนิดแฟนเพลงช็อคกันไปทั้งโลก เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกก้าวที่สำคัญอีกก้าวของชีวิต ระหว่างการไปเป็นมือกลองให้วงอื่นๆ ไปตลอดชีวิต หรือจะลุกขึ้นมาจับกีต้าร์ร้องเพลงและตั้งวงให้เป็นเรื่องเป็นราวตามฝัน ซึ่งก็แน่นอนที่เขาเลือกอย่างหลัง แต่การที่เขาเลือกมาตั้งวงก็แทบจะเป็นการกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เลยทีเดียว เพราะลำพังไอ้ชื่อเสียงบุญเก่าที่ติดตัวมาจาก Nirvana ก็คงช่วยให้เขาหากินได้ไม่นาน ถ้าเขาไม่เจ๋งพอก็คงจะเจ๊งไปในที่สุดแน่

น้า Pat ฉุขึ้นตามสังขาร
แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีดีพอ และพาวงผ่านมรสุมต่างๆ นาๆ มาได้ แม้จะมีขลุกขลักขลุกขลิกทั้งจากตนเองและคนรอบข้างให้เสียเซลฟ์เป็นระยะๆ ก็ตาม จนถึงจุดที่ประสบความสำเร็จมหาศาล กลายเป็นวงร็อคเจ้าประจำของรางวัลแกรมมี่และเล่นคอนเสิร์ตระดับ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มีคนมาดูทีเป็นหมื่นๆ ซึ่งตอนเล่นคอนเสิร์ตที่นั่นเฮียเขาก็ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มชนิดเม้มไม่อยู่ที่วงของตนซึ่งมีแต่คนสบประมาทในตอนแรกนั้นจะมาได้ไกลถึงเพียงนี้ และก้าวพ้นจากเงาของ Nirvana อย่างเต็มภาคภูมิได้ในที่สุด

(ขวา) รูปสมัยวงเพิ่งตั้งไข่
หนังเล่าเรื่องราวตั้งแต่อดีตแบบเป็นขั้นเป็นตอน โดยตัดภาพไปมาระหว่างการสัมภาษณ์สมาชิกวงกับคลิปวีดีโอบันทึกการแสดง และรูปภาพเก่าๆ ตามพิมพ์นิยมของสารคดีทั่วๆ ไป ซึ่งก็ดูไม่งงและเข้าใจง่ายดี แล้วการที่เฮีย Grohl แกเป็นคนฮาๆ เลยมักปล่อยมุกหรือทำหน้าตาตลกๆ ให้ได้ขำกันตลอดด้วย แต่สำหรับขาจรทั่วไปคงจะไม่ค่อยหือไม่ค่อยอือเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับแฟนๆ พันธุ์หนักที่น่าจะดื่มด่ำกับสารคดีได้มากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะได้รู้ความเป็นมาของ Foo Fighters แบบจะๆ แล้ว ยังได้เห็นซีนดนตรีร็อคยุค '90 อีกด้วยแหน่ะ

หน้าตาของ ผกก.สารคดีเรื่องนี้
อีกสิ่งที่น่าประทับใจคือถึงแม้พวกเขาจะเป็นวงร็อคระดับโลก แต่ก็ให้ความสำคัญต่อครอบครัวของตนเสมอ โดยเฉพาะเฮีย Grohl ผู้เป็นแกนหลักของวง ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่งที่ต้องปลีกตัวกลางคันจากการบันทึกเสียงที่กำลังติดพัน เพราะต้องพาลูกสาวสุดที่รักไปเล่นน้ำตามที่เคยให้สัญญาไว้ ก่อนจะรีบแจ้นกลับมาบันทึกเสียงกันต่อชนิดผมยังไม่ทันแห้งดีเลย และเฮียยังอุตส่าห์ทิ้งท้ายสารคดีไว้แบบฮาๆ ว่า "นี่ถ้าผมรู้ว่าวงจะมาได้สวยขนาดนี้นะ คงไม่ตั้งชื่อวงเห่ยๆ ว่า Foo Fighters ตั้งแต่แรกหร๊อก" (ฮ่าฮ่า)
  • + เป็นสารคดีเกี่ยวกับความเป็นมาของ Foo Fighters ที่แฟนๆ หรือผู้ที่อยากทำความรู้จักกับวงนี้มากขึ้นไม่ควรพลาดเลยเชียว
  • - สำหรับขาจรทั่วไปก็คงจะเห็นเป็นแค่สารคดีวงดนตรีธรรมดาๆ นั่นแหล่ะ




*ช่วงเพลงในหนัง*

ปัจจุบันนี้พวกเขากลายเป็นวง 5 หน่อไปซะแล้ว
หลายคนที่กำลังดูสารคดีเรื่องนี้คงจะคิดกันอยู่เลยว่าทำไมไม่เห็นนาย Krist Novoselic อดีตมือเบสของ Nirvana โผล่มาให้สัมภาษณ์ถึงเฮีย Grohl เพื่อนเก่าบ้างหนอ แต่แล้วในตอนหนึ่ง Novoselic ก็โผล่มาร่วมบันทึกเสียงโดยเล่นเบสให้เพลง I Should Have Known ที่อยู่ในอัลบั้ม Wasting Light ซะด้วย ซึ่งแม้จะโผล่มาให้เห็นแป๊บๆ แต่สำหรับคนที่เป็นแฟนเพลงของ Nirvana คงได้เป็นปลื้มกันมากมายที่ได้เห็น Novoselic กับ Grohl กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง (แม้จะแค่เพลงเดียวก็เหอะ) ว่าแล้วเราก็มีเพลงนี้มาให้ฟังอีกทีซะเลยจ้า

MP3: Foo Fighters - I Should Have Known


*รีวิวสารคดีดนตรีเรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น