วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

True Legend (2010): ตำนานจอมยุทธ์หมัดเมาสาด


True Legend (2010):
โกฮอลลีวู้ดไปเป็น ผกก.คิวบู๊ให้หนังฝรั่งจนโด่งดังไปทั่วซะหลายปีดีดัก ในที่สุด ผกก.หยวนหวู่ปิง(ผู้เคยรับผิดชอบคิวบู๊ในหนังดังๆ อย่าง The Matrix, Kill Bill 1&2 และ Crouching Tiger Hidden Dragon) ก็ขอกลับมารับหน้าที่กำกับหนังอีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งช่วงจากผลงานเรื่องก่อนอย่าง Iron Monkey 2 (1996) กว่า 14 ปีด้วยกันแน่ะ


คิวบู๊คือสิ่งที่ดีที่สุดในหนังเรื่องนี้
แถมการกลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาซะด้วย เพราะนอกจากจะเป็นการจับเอาเรื่องราวของจอมยุทธ์ในตำนานอย่าง ยาจกซู มาขึ้นจอเงิน(อีกครั้ง?)แล้ว ยังชูจุดขายของหนังอันแสนดึงดูดความสนใจว่านี่คือหนังกำลังภายในสามมิติเรื่องแรกของโลกซะด้วย(ป๊าด!) ซึ่งก็ได้ผลดีเพราะคอหนังหลายคนรีบไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตนเองในทันใด แต่ผลปรากฏออกมาว่ามีหลายคนพากันบ่นไปตามๆ กันว่าโดนยาจกซูต้มเอาซะแล้ว เพราะหนังมีฉากสามมิติเพียงหยิบมือ แถมไอ้ที่มีก็ดูงั้นๆ ไม่น่าตื่นตาตื่นใจเอาเสียเลย(ฮ่วย)


ดูแต่รูปแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหวงเฟยหงภาคใหม่ล่ะ
ทางเราได้ดูฉบับสองมิติธรรมดาๆ จึงไม่ขอพูดถึงเรื่องนั้น(แต่คิดว่าฉบับไหนก็คงไม่ค่อยต่างกันนักหรอกมั้ง เหอๆ) จึงขอว่ากันถึงภาพรวมโดยทั่วไปของหนังก็แล้วกัน ซึ่งก็ปรากฏว่า เป็นหนังกำลังภายในที่ออกแบบคิวบู๊ออกมาได้ดูดี ไม่เสียชื่อ ผกก.เขาเลย ส่วนทุนสร้างก็ไม่ใช่จิ๊บๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม โลเกชั่น ดูดีทีเดียว (งานซีจีก็พอใช้) เหล่าดาราก็ยกกันมาเพียบ ทั้ง มิเชล โหยว, เจย์ โชว์, เลา เกาเฟย (หรือนักพรตคิ้วขาวใน Kill Bill) หรือแม้แต่ David Carradine ผู้ที่มาตายแปลกในบ้านเราก็ยังอุตส่าห์มาแสดงกับเขาด้วย


พ่อหนุ่ม เจย์ โชว์ มาทำอะไรกับเขาในเรื่องนี้ด้วยเนี่ย?
แต่หนังก็ประสบปัญหาเดิมๆ แบบหนังจีนทั่วๆ ไป คือมีเรื่องที่จะเล่าแยะ แต่เวลาจำกัดจำเขี่ย จึงมักต้องตัดทอนเล่าเรื่องราวอย่างรวบรัด เดินเรื่องเร็ว ฉับๆๆ คนดูจึงขาดความผูกพันธ์กันตัวละครหลัก แถมการมีฉากการต่อสู้อันสุดแจ่มไปตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว พอมาถึงฉากบู๊ช่วงท้ายๆ เลยดูกร่อยไปถนัดใจ(น่าจะจบซะตั้งแต่กลางเรื่องละ) ส่วนนักแสดงถึงจะมีเยอะ แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรกันมากนัก ยกเว้นนางเอก โจวซุน ที่สามารถพาความอบอุ่นใจมาสู่หนังได้อยู่


ตัวโกงหน้าขาวว่อกเป็นผีจูออนเชียว
หนังมาในแบบพิมพ์นิยมของหนังจีนที่เน้นในเรื่องการแก้แค้น ครอบครัว และมีแอบปลุกเลือดรักชาติ(จีน)แบบหอมปากหอมคอ นี่ถ้าไม่ได้คิวบู๊แจ่มๆ คงแย่เลย ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรมากนี่ก็เป็นหนังกำลังภายในที่ดูได้เพลินๆ เรื่องหนึ่ง แต่ว่าก็ว่าเหอะ ในหนังขณะที่พระเอกเราเอาแต่มุ่งมั่นในการฟื้นกำลังภายในทั้งวันเพื่อไปกู้ลูกคืน ฝ่ายภรรยาต้องคอยทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงตลอด เห็นแล้วก็แปลกๆ ดีนะ นี่ถ้าไม่มีเมียทำงานหาเลี้ยง พระเอกเราคงไม่มีแรงไปฝึกวิทยายุทธ์แน่เลยสิเนี่ย(เหอๆ) หรือหนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกเราว่า เบื้องหลังจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ก็คือภรรยาแสนประเสิรฐนั่นเอง(?)
  • น่าดูเพราะ: งานสร้างดูดี คิวบู๊แจ่มมั่กๆ โลเกชั่นก็งดงาม ดารามากมี ดูได้เพลินๆ นะจ้ะ
  • ไม่น่าดูเพราะ: อย่าคาดหวังว่าจะตอบสนองด้านสามมิติได้อย่างน่าพอใจ และนอกจากฉากบู๊แล้วหนังยังทำได้ไม่ดีในการเล่าเรื่องนัก


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น