วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Triangle (2009): เรือระทึกซ่อนเหวอ


Triangle (2009) :
หนังระทึกขวัญอังกฤษแต่ไปถ่ายทำที่ออสเตรเลียเรื่องนี้ สามารถถีบตัวเองให้เหนือไปกว่าหนังระทึกขวัญทั่วไปได้อย่างเหนือความคาดหมาย นับว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับผลงานการกำกับเรื่องที่ห้าของ Christopher Smith ที่เคยทำหนังที่น่าสนใจอย่าง Severance (2006) นั่นเอง


อย่าแหย่ให้สวยโกรธ
Jess (Melissa George จาก 30 Days of Night [2007]) คุณแม่ยังสาว ตัดสินใจไปล่องเรือยอร์ชกับเพื่อนๆ แต่เมื่อไปถึงกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ก็ดันเกิดพายุขึ้นมาดื้อๆ จนเล่นเอาเรือของพวกเขาคว่ำ ยังดีที่ไม่นานนักก็มีเรือเดินสมุทรลำใหญ่บึ้มผ่านมาพอดี พวกเขาต่างดีใจพากันเฮโลขึ้นเรือไป แล้วก็พบว่าบนเรือไม่มีใครอยู่เลยสักคน(เอ๊ะ หรือว่าจะมีนะ?) และ Jess ก็เหมือนจะคุ้นๆ ว่าเคยขึ้นเรือลำนี้มาก่อนซะด้วย แล้วเรื่องราวสุดพิศวงปนระทึกเหนือบรรยาย กำลังจะถูกค้นพบจากพวกเขาและทั่นผู้ชมที่เคารพรักแล้วขอรับ

ชีโทรมแค่ไหนก็ยังน่าดูน่าชม
หนังเริ่มต้นมาแบบหนังแนวระทึกขวัญทั่วๆ ไป แต่นาทีที่พวกเขาขึ้นเรือลำใหญ่ไป หนังก็เริ่มแสดงชั้นเชิงในการเขียนบท และเนื้อเรื่องที่มีความสร้างสรรค์มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายสภาพเป็นหนังแนวลึกลับที่เข้าท่าไปในที่สุด คุณ Melissa George นอกจากจะยังสวยขึ้นกล้องแล้ว ยังรับบทที่แทบจะรับผิดชอบหนังทั้งเรื่องได้อย่างดี ทั้งสีหน้า ท่าทาง ที่กดดัน สติแตก ก็แสดงได้อย่างน่าชื่นชม


รับบทหนักแต่ชีก็ยังสวยได้อยู่
ส่วนงานสร้างด้านเทคนิคก็ทำออกมาได้ดีไม่น่าเกลียด เมื่อเทียบกับทุนของหนัง แต่ถ้าไม่ได้ตั้งใจดู หรือตามไม่ทันก็อาจจะงงเอาได้ สำหรับหนังที่เล่าเรื่องแบบที่เรียกร้องความใส่ใจจากคนดูมากเช่นนี้ แม้จะไม่ได้เป็นหนังที่ดูแล้วต้องซู้ดปากเพราะว่าเจ๋งและล้ำเหลือเกิน แต่ก็มีดีในตัวมากพอที่จะอยู่เหนือหนังระทึกขวัญทั่วๆ ไปนะจ้ะ
  • + นางเอกงามแต๊ หนังเหนือกว่าหนังระทึกขวัญทั่วไป งานสร้างดูดี ไอเดียกระฉูด
  • - อาจดูงงๆ ถ้าไม่ตั้งใจดู และถ้าคาดว่าจะเฉือนกันเลือดสาดก็คงไม่มีให้ดูนะจ้ะ



*รีวิวหนังของ ผกก.Christopher Smith เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

A Lonely Place to Die (2011): อำมหิตล่า ป่ากระเจิง


A Lonely Place to Die (2011) :
นางเอก Melissa George (35 ขวบ) เป็นนักแสดงสาวสวยบวกฝีมือดีอีกคนหนึ่งที่ไม่ดังกับเขาเสียที เพราะส่วนใหญ่เธอเลือกเล่นแต่หนังระทึกขวัญสยองขวัญ และเป็นที่ชื่นชมขึ้นมาจากผลงานหนังระทึกสุดเหวออย่าง Triangle (2009) จนเธอแทบจะขึ้นแท่นกลายเป็นนางพญาหนังสยองขวัญเกรดบี (บวก) ไปอีกคนหนึ่งแล้วในทุกวันนี้

สาว Melissa George กลับมาสวยอีกครั้ง
และนี่คืออีกหนึ่งผลงานหนังระทึกขวัญของเธอ ที่เกี่ยวกับคนกลุ่มหนึ่งที่ไปพักผ่อนปีนเขายังแถบภูเขาสูงไกลปืนเที่ยงในสก๊อตแลนด์ แล้วก็ดันไปเจอะหนูน้อยคนหนึ่งถูกขังฝังไว้ใต้ดินในป่า พอช่วยออกมาได้นางเอกเราและพรรคพวก (สุดซวย) ก็โดนมือมืดที่เป็นคนจับตัวหนูน้อยมาออกตามล่าสิครับ งานนี้ก็เลยเกิดการไล่ฆ่ากันชนิดสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกป่ากระเจิงน้ำกระจายเลยทีเดียว


ขุดอะไรกันอยู่น่ะ
ผกก.Julian Gilbey ที่สร้างชื่อจากหนังอาชญากรรม Rise of the Footsoldier (2007) กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยหนังทริลเล่อร์ไล่ล่ากันเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากจะได้สาว George ที่กำลังดังท็อปฟอร์มมาเรียกแขกแล้ว หนังก็เปิดเรื่องขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงาม และเรื่องราวบรรยากาศชวนสงสัย จนพอจะสร้างความหวังให้แก่คนดูว่าคงเป็นหนังที่เข้าท่าแน่ๆ

นางเอกเราลงทุนปีนเขาตกน้ำจริงอะไรจริง
แต่น่าเสียดาย จากเริ่มต้นที่ทำท่าว่าจะเป็นหนังแนวเชือดระทึกบนเขา แต่ไปๆ มาๆ ก็ลงเขาเข้าเมืองกลายเป็นหนังอาชญากรรมไล่ล่าดาดๆ ไปซะงั้น ซึ่งตัวโกงนั้นก็ไม่มีความน่ากลัวซะเลย แถม ผกก.ก็ใช้ภาพสโลว์ซะจนล้นเกินหน้าหนังของ จอห์น วู ซะอีก (อิอิ) ยังดีนะที่ยังมีฉากสตั้นท์ที่เข้าท่า และนางเอกที่พาหน้าสวยๆ มาลงทุนตกระกำลำบากชวนให้เอาใจช่วยได้อยู่บ้าง ไม่งั้นหนังคงต้องโดนบ่นไปมากกว่านี้แน่ แต่สำหรับแฟนหนังของสาว George แล้ว แค่เห็นหน้าเธอก็ชื่นใจแล้วล่ะเนอะ? หุหุ
  • + วิวสวย นางเอกก็สวย สตั้นท์ก็เข้าที
  • - ยิ่งฉายหนังยิ่งออกจากป่า (ไม่ใช่เข้าป่านะ) จนกลายเป็นหนังไล่ล่าที่พื้นๆ ไปนิด




*รีวิวหนังของนางเอก Melissa George เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

The Ides of March (2011): เกมเฉือนคม คนการเมือง


The Ides of March (2011) :
นอกจากป๋า George Clooney จะเป็นดาราหนุ่มใหญ่เจ้าเสน่ห์ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วโลกแล้ว เขายังเป็น ผกก.หนังฝีมือดีอีกด้วย ผลงานของเขาไม่ว่าจะเป็น Confessions of a Dangerous Mind (2002), Good Night, and Good Luck. (2005) และ Leatherheads (2008) ล้วนได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ คนดู (และแม่ยก) แทบจะทั้งนั้น


ป๋า George Clooney ขอเล่นเองกำกับเองอีกครั้ง
และผลงานหนังใหญ่ลำดับที่สี่ของเขานี้ก็คือหนังดราม่าการเมืองที่ดัดแปลงมาจากละครเวทีเรื่อง 'Farragut North' อันว่าด้วยการเรื่องราวของหนุ่มผู้จัดการการรณรงค์หาเสียงผู้มากความสามารถอย่าง Stephen Meyers (Ryan Gosling) ที่ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อดันให้ Mike Morris (Clooney) ผู้ว่าการรัฐหนุ่มใหญ่ผู้น่าเลื่อมใสศรัทธา ชนะเลือกตั้งในรัฐโอไฮโอและกลายเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการชิงตำแหน่ง ปธน.สมัยต่อไปให้จงได้ แม้ว่านั่นจะทำให้เขาต้องตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของเกมการเมืองที่ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร และทุกคนก็พร้อมที่จะแทงข้างหลังกันได้ทุกเมื่อ แม้แต่ระหว่างผู้ที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ฝ่ายเดียวกันก็ตามที

สองหนุ่มสองรุ่นขวัญใจสาวๆ มาประชันบทบาทกันเป็นครั้งแรก
คอหนังการเมืองคงจะได้ตีปีกกันแน่ เพราะหนังนำเสนอเรื่องราวการหักเหลี่ยมเฉือนคม แสดงธาตุแท้ของคนที่อยู่ในวงการการเมืองได้อย่างเข้าท่า ที่สำคัญคือหนังเต็มไปด้วยนักแสดงคุณภาพดังๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะในรายของหนุ่ม Gosling ที่ทำหน้าที่อย่างน่าชื่นชม (อีกแล้ว) ในบทคนหนุ่มไฟแรงสุดทะเยอทะยาน ที่ทำงานด้วยความศรัทธา ก่อนที่เกมการเมืองสกปรกจะค่อยๆ เปลี่ยนให้เขาต้องกลายเป็นนักเล่นเกมการเมืองเต็มขั้น ที่พร้อมจะทำได้ทุกอย่างเพื่อเป้าหมายและชัยชนะของตนเอง ในขณะที่ป๋า Clooney นั้นก็ช่างดูเหมาะเหม็งกับบทนักการเมืองยิ่งนัก

เต็มไปด้วยนักแสดงคุ้นหน้า
แต่หนังการเมืองที่เต็มไปด้วยบทสนทนา ไม่ค่อยมีอะไรให้หือให้อือแบบนี้ ต้องไม่ใช่หนังที่จะดูแล้วปลื้มกันได้ทุกคนแน่ เผลอๆ อาจจะดูไปเบื่อไปโลด ซึ่งนี่ถ้าไม่มีดาราดังๆ มาประชันบทบาทกันเนี่ย คงกลายเป็นหนังทีวีดีๆ สักเรื่องได้เลยนะ ดังนั้นคงต้องยกเครดิตให้บรรดานักแสดงเป็นหลักแล้วล่ะ ในขณะที่เรื่องราวต่างๆ ก็น่าติดตามพอสมควร ซึ่งถ้าชอบดูหนังแนวนี้ หรือมีความสนใจและเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง (มะกัน) อยู่บ้างล่ะก็ คงจะสนุกกับหนังได้ไม่น้อย

ไหงทำหน้าเซ็งเป็ดแบบนั้นล่ะพ่อคุ๊ณณ
นักการเมืองก็คือนักการเมือง ไม่ว่าจะที่ไหนในโลกก็คล้ายๆ กัน คือไม่ว่าคุณจะเป็นคนดี มีความตั้งใจทำเพื่อชาติมากแค่ไหน แต่พอเข้ามาแวดวงการเมือง ต้องเจอกับเกมการเมืองสกปรกจากบรรดาเสือสิงห์กระทิงแรดมากมาย หากคุณต้องการจะชนะพวกนี้ก็ต้องเท่าทันเกม รับมือให้ได้ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า คุณอาจต้องพร้อมจะทำเรื่องที่ไม่ใสสะอาดด้วย เพราะเกมการเมืองไม่มีที่สำหรับคนที่ใสซื่อ (คนดีๆ ถึงไม่ค่อยรุ่งในเวทีการเมือง) ดังนั้นจึงไม่ต้องคาดหวังหานักการเมืองที่ใสซื่อมือสะอาด 100% เลย เอาแค่ว่าจะหาคนที่เลวน้อยที่สุดก็ยังพอจะมีลุ้นได้หน่อยนะ พี่น้องที่รัก
  • + หนังการเมืองเนื้อหาดีๆ ตีแผ่เกมการเมืองได้อย่างเข้าท่า นักแสดงมากฝีมือเพียบ หนุ่ม Gosling เล่นดีอีกแล้ว คอหนังการเมืองอย่างพลาดเลยครั่บท่าน
  • - เนื้อหาการเมือง มีแต่บทสนทนา ถ้าไม่มีนักแสดงดังๆ ก็คือหนังทีวีดีๆ นี่เอง




*รีวิวหนังเรื่องอื่นๆ ของพ่อหนุ่ม Ryan Gosling ภายในบล็อก*

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Guilty of Romance (2011): รสสวาทจัดหนัก


Guilty of Romance (2011) :
ใครที่ตั้งตนเป็นแฟนหนังของ ผกก.ชิออน โซโน่ (เช่นเรา) ย่อมต้องลั้นลาพาเฮ เพราะแกขยันทำหนังออกมาให้ดูชนิดถี่ยิบปีละเรื่องสองเรื่องเป็นปกติ และนี่คือผลงานต่อจากหนังที่หลายคนติดอกติดใจกันหนักหนาอย่าง Cold Fish (2010) ซึ่งก็ยังคงเป็นหนังแรงๆ ล่อแหลมๆ ระดับ เรท 18+ หรือ NC-17 ตามฟอร์มของแกนั่นเอง


ดูสองรูปนี้ก็รู้แล้วว่าหนังเรื่องนี้ไม่ปกติ
หนังเปิดเรื่องขึ้นมาเหมือนกับว่าจะมาในแนวสืบสวนหาฆาตกรแบบ 'whodunit' (ใครคือคนฆ่า) แต่ที่จริงแล้วหนังโฟกัสไปที่เรื่องราวของแม่บ้านยังสาวคนหนึ่งที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตนเองถลำลึกเข้าไปผจญภัยในวังวนของไฟแห่งตัณหาราคะ โลกของโสเภณี วงการหนังเอวี ปรัชญาชวนมึน ความรักและเงินตรา ซึ่งกว่าเธอจะรู้ตัวอีกทีมันก็ยากเกินกว่าที่จะถอนตัวซะแล้วสิ


เจ๊คนซ้ายโผล่มาโชว์เต้าอีกครั้งในเรื่องนี้
มาคราวนี้พล็อตเรื่องค่อนข้างจะเข้าข่ายหนังชวนสยิว ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะโป๊กระจายซะ แต่ระดับ ผกก.โซโน่ แล้ว จะให้ทำหนังพื้นๆ แบบนั้นก็กระไรอยู่ ว่าแล้วแกก็เลยสอดแทรกปรัชญา แนวคิด โคลงกลอนสุดติสท์เข้ามา รวมทั้งนำเสนอสภาพสังคมด้านมืดด้านเสื่อมของคนญี่ปุ่น ตามฟอร์มหนังของเขาที่มักจะสอดแทรกเอาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ลงไปด้วยได้อย่างเข้าท่า ซึ่งก็ทำให้หนังดูดีมีองค์และก็ทำให้หนังดูงงดูแนวขึ้นมาทันทีเช่นเดียวกัน


ดูชีคาบแบ้งค์ไปซื้อของซะก่อน
ถึงกระนั้นหนังก็ไม่ได้ติสท์แตกถึงขั้นต้องปีนบันไดดูหรอกนะ เพียงแต่หนังมีคำพูดอะไรชวนให้ต้องคิดเยอะอยู่หน่อยนึง ส่วนทางด้านนักแสดง คุณ เมกุมิ คากุราซากะ นักแสดงสาวทรงโตจาก Cold Fish ก็จัดเต็มกล้าโป๊กล้าเปลือยกันเถิดเทิง (แม้แต่นั่งฉี่กลางแจ้งให้เห็นกันแบบจะๆ ก็มี) ในขณะที่ฉากแสดงอารมณ์ทั้งหลายเจ๊ก็เล่นได้เข้าที ซึ่งทั้งกล้าทั้งเก่งอย่างนี้นี่เองถึงได้กลายเป็นนักแสดงขาประจำของ ผกก.โซโน่ ไปซะแล้ว

ลั้นลากันจริงนะ
ต้องยอมรับว่าดูเรื่องนี้แล้วไม่ค่อยเก็ตสักเท่าไหร่ ซึ่งว่าก็ว่าเหอะนะสติปัญญาคนเรามันไม่เท่ากัน บางคนดูแล้วอาจจะเป็นปลื้มซูฮกมากๆ แต่อีกหลายคนดูไปก็มึนไปก็ได้เช่นกัน ยิ่งหนังไม่ค่อยมีอะไรโหดๆ ให้เห็นก็เลยลดความน่าติดตามลงไปแยะ แต่ยังไงซะนี่ก็ถือเป็นผลงานของ ผกก.โซโน่ ที่เข้าท่าดีมีคุณภาพ ไม่เสียชื่อแกแต่ประการใด แฟนๆ ทราบแล้วเปลี่ยนจ้า
  • + ผกก.โซโน่ ไม่ทำเสียชื่ออยู่แล้ว หนังแฝงปรัชญา มากับแนวฆาตกรรม ชีวิต เซ็กซ์ โอ้ว!
  • - เหมือนจะเป็นหนังสืบสวนหาฆาตกร แต่ที่จริงเน้นแนวปรัชญา ชีวิตและเซ็กซ์ ป๊าด! จะมีกี่คนที่เก็ทฟะ





*รีวิวหนังเรื่องอื่นๆ ของ ผกก.ชิออน โซโน่ ภายในบล็อก*

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Moneyball (2011): ห่วยขอเทพ


Moneyball (2011) :
ในปีนี้นอกจากเฮีย Brad Pitt จะมีผลงานหนังสุดมึนอย่าง Tree of Life แล้ว แกก็ยังมีหนังดราม่าเกี่ยวกับแวดวงกีฬาเบสบอลเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตัวหนังก็เป็นที่ต้อนรับจากคนดูและนักวิจารณ์อย่างดีจนทำเงินไปกว่าร้อยล้านเหรียญแล้ว (จากทุนสร้างห้าสิบล้านเหรียญ) แถมยังได้เดินสายชิงรางวัลหนังจากเวทีต่างๆ ซะเป็นที่หนุกหนาน ซึ่งนั่นก็คงต้องรวมถึงเวทีลูกโลกทองคำและออสก้าร์ด้วยเป็นแน่เชียว


เฮีย Brad กำลังนั่งเหงาในสนามเบสบอล
หนังสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกันของ Michael Lewis ที่เขียนขึ้นจากเรื่องจริงอีกทีของ Billy Beane (เฮีย Pitt) อดีตนักเบสบอลอาชีพผู้ล้มเหลวซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการใหญ่ของทีม Oakland Athletics ที่ลุกขึ้นมาริเริ่มใช้สถิติวิเคราะห์เกมเบสบอลที่เรียกว่า 'Sabermetric' เพื่อกอบกู้สภาวะตกต่ำสุดขีดของทีม ซึ่งในชม.นั้นใครๆ ก็ตราหน้าเขาว่าบ้าหรือเปล่า แต่แล้วมันก็ทำให้ทีมประสบชัยชนะติดๆ กันอย่างงดงาม จนวิธีการของเขากลายเป็นต้นแบบให้วงการเบสบอลนำมาใช้จนทุกวันนี้


หนุ่มตุ้ย Jonah Hill กับบทที่จริงจังที่สุดของเขาแล้ว
ผกก.Bennett Miller (Capote [2005]) ทำหนังที่มีเนื้อหาหลักๆ เกี่ยวกับการจัดการทีมเบสบอลเรื่องนี้ออกมาได้อย่างน่าดู แม้หนังจะเต็มไปด้วยบทสนทนาและศัพท์แสงเกี่ยวกับกีฬาเบสบอลซึ่งคนที่ไม่ใช่แฟนกีฬานี้คงจะไม่ค่อยเก็ตอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย เพราะโดยรวมแล้วนี่ก็ยังเป็นหนังที่น่าติดตาม ดูเพลิน ให้ความรู้ ความบันเทิง แง่คิดในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้หนังยังเปิดหูเปิดตาทำให้ได้รู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องลึกของธุรกิจกีฬาชนิดนี้แก่ผู้ที่สนใจอีกด้วยอีกต่างหาก

หนังเบสบอลแบบนี้ไม่ใช่แฟนดูแล้วงง
ส่วนการได้ Brad Pitt กับนักแสดงคุ้นหน้าทั้งหลายผลัดกันโผล่มาประชันบทบาทกัน ก็ทำให้หนังดูดีมีเสน่ห์ดึงดูดขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะในรายของหนุ่มตุ้ย Jonah Hill (Superbad [2007]) ที่พลิกบทบาทมาเล่นบทที่ไม่ตลกบริโภคบ้าง ในบทสมทบที่โดดเด่นระดับรองพระเอก ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี จนถ้าเขาจะถูกเสนอเข้าชิงรางวัลออสก้าร์สาขาประกอบชายบ้างก็คงแลดูไม่น่าเกลียดแต่ประการใด

เฮียแกเกี่ยวก้อยสัญญิงสัญญากับใครอยู่น่ะ
นอกจากหนังจะหนุนใจให้กล้าที่จะคิดต่าง รู้จักปรับเปลี่ยนพัฒนาตนเอง และยอมรับสิ่งใหม่ๆ ยังมีสิ่งที่น่าประทับใจหลายคือการที่หนังใช้เบสบอลเปรียบเปรยให้เห็นว่าหลายครั้งที่คนเรามักจะก้มหน้าก้มตาพะวักพะวงอยู่กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ตรงหน้า จนลืมเงยหน้าดูว่าชีวิตของเรายังมีเรื่องดีๆ อยู่อีกมากมายนัก อย่ามัวแต่ห่วงเบสจนลืมแหง่ะมองไปว่าเราอาจจะตีโฮมรันแล้วก็ได้นะจ้ะ :)


โฉมหน้า Billy Beane ตัวจริง
  • + หนังดราม่าเบสบอลที่สร้างจากเรื่องจริง ดูดี ดูเพลิน ดาราเยอะ ให้แง่คิด แจ่มไปโลด
  • - เต็มไปด้วยบทสนทนาและศัพท์แสงเกี่ยวกับกีฬาเบสบอลที่ถ้าไม่ใช่แฟนกีฬาชนิดนี้ก็คงจะไม่ค่อยเก็ตกันเท่าไหร่




*ช่วงเพลงในหนัง*

Lenka
โอเค สกอร์ของ Mychael Danna นั้นไพเราะน่าฟัง ส่งเสริมอารมณ์ให้กับหนังหลาย แต่ที่เราจะเอ่ยถึงคือบรรดาเพลงร้องในหนัง ซึ่งการที่หนังพาย้อนไปในช่วงปี ค.ศ.2001-2002 ดังนั้นคงไม่มีเพลงใหม่ๆ ให้ได้ยินกันแน่ แต่ทว่าดันมีฉากหนึ่งที่ลูกสาวของพระเอกจับกีต้าร์โปร่งขึ้นมาร้องเพลง 'The Show' ของสาว Lenka ให้พระเอกฟังซะนี่ ซึ่งเพลงนี้ออกมาเมื่อปี 2009 นะนั่น ดังนั้นจึงเป็นการใช้เพลงที่ลักไก่อย่างประเจิดประเจ้อยิ่งนัก แต่ถ้ามองในแง่ความส่งเสริมอารมณ์หนังแล้วจะพบว่าน่าฟังมิใช่น้อย ดังนั้นไม่ต้องจับผิดมากน่า หยวนๆ ฟังๆ ไปเห๊อะ อิอิ

MP3: Lenka - The Show



*รีวิวหนังเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวของภายในบล็อก*