วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

Lone Survivor (2013): ศึกรบหูตูบ


Lone Survivor (2013): ศึกรบหูตูบ

     มีบางคนแซวว่า ผกก.Peter Berg เป็นร่างทรงของ ผกก.Michael Bay ในผลงานเรื่องก่อนอย่าง Battleship (2012) และพอมาเรื่องล่าสุดนี้แกก็กลายเป็นร่างทรง ผกก.Ridley Scott ไปซะแล้ว ป๊าด แรงส์!

     หนังสร้างโดยอิงจากเหตุการณ์จริง ดังนั้นคงจะไม่ถึงกับตรงตามความเป็นจริงแบบเป๊ะๆ คือต้องมีอะไรปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดูสมกับการเป็นหนัง (เพราะนี่ไม่ใช่สารคดี) แต่เท่าที่เห็น ผกก.Berg แกก็ค่อนข้างจะพยายามให้หนังออกมาถูกต้องสมจริงมากเท่าที่จะมากได้แล้วล่ะ โดยเฉพาะเรื่องระเบียบปฏิบัติทางทหารทั้งหลายที่เป๊ะซะ ครั้นจะดูด้านอื่นๆ แกก็สามารถนำเสนอฉากการรบที่เร้าใจ วีรกรรมอันกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของทหารหาญได้เป็นอย่างดี

     หนังออกมาดูดี เต๋าสมชายตั้งแต่หัว แต่ไม่จรดปลายเท้า (มีเล็บขบ) เพราะดูเหมือนหนังจะเน้นการสู้หนีตายของทหารทั้งสี่คนในเรื่องมากไปหน่อย ช่วงท้ายๆ เลยดูเหมือนรีบจบไปซะงั้น เหมือนกับว่า ผกก.แกเล่าเรื่องกำลังมันๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็ดันเหลือบไปเห็นนาฬิกา "อ้าวเฮ้ยเวลาจะหมด ต้องรีบจบแล้วเว้ย!" อะไรหลายอย่างก็เลยดูรวดรัดไปนิด ทั้งที่ถ้าให้เวลาเน้นถึงช่วงครึ่ง ชม.สุดท้ายให้มากกว่านี้หน่อยคงจะแจ่มกว่านี้หลาย โดยเฉพาะเรื่อง "มาช่วยตูทำไม?" เป็นต้น

     จริงๆ แล้ว ผกก.Berg อยากสร้างเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว แต่สตูดิโอไม่เปิดไฟเขียวให้ถ้าเขาไม่กำกับหนังเอาใจตลาดอย่าง Battleship ให้ก่อน ซึ่งพอได้ไฟเขียวเขาก็ทุ่มเทให้กับการเขียนบท ค้นคว้าข้อมูล และเข้าไปคลุกคลีกับทหาร ญาติผู้ตาย เพื่อให้หนังออกมาสมจริงให้ได้มากที่สุด แถมยังยอมหั่นค่าตัวของตน ระดมเงินตัวเองและเพื่อนๆ เพื่อสมทบเป็นทุนสร้าง (ดาราหลักๆ ของเรื่องก็ยอมลดค่าตัวเพื่อหนังเรื่องนี้) ย่อมแสดงให้เห็นว่านี่เป็นหนังที่เขาต้องการสร้างออกมาขนาดไหน คงต้องให้เครดิตของการทำเพื่อชาติ (มะกัน) ครั้งนี้ของแกซะแล้วล่ะ

     หาก Battleship คือหนังที่ยกย่องวีรกรรมของทหารเรือโดยเฉพาะเหล่าทหารผ่านศึก หนังเรื่องนี้ก็คือการยกย่องวีรกรรมของทหารหาญหน่วย Navy Seal ซึ่งถ้ามองด้วยสายตาคอหนังทั่วๆ ไปจะต้องคิดว่ามันจะอะไรกันนักหนากับการสร้างหนังอวยทหารแบบนี้ออกมาทุกบ่อยๆ ของฮอลลีวู้ด แต่ถ้ามองในมุมที่ว่าประเทศอเมริกาทุกวันนี้ซึ่งมีทหารอเมริกันอีกมากมายที่ยังต้องประจำการอยู่ในตะวันออกกลาง (แม้จะมีการทยอยถอนกำลังออกมาเรื่อยๆ ก็ตาม) จึงจำเป็นที่สุดแล้วที่ต้องมีหนังแบบนี้ออกมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่คนในชาติ และยังได้แสดงเกียรติภูมิของทหารมะกันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกอีกด้วย จนอย่าแปลกใจว่าเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบก็จะต้องนึกรำพึงในใจไปด้วยว่า แหม่... หนังอเมริกัน นี่มัน อเมริกันจริงจริ๊ง เหอๆ





กลุ่มคนที่น่าจะปลื้มหนังเรื่องนี้ที่สุดคงไม่พ้น คนมะกัน ทหาร และบรรดาติ่งหนังสงครามทั้งหลาย (ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือแอดมินเองจ้า ^^) ให้ไปโลด 7/10 ครับ







*ช่วงเพลงในหนัง*
เพลงจบของหนังคือ Heroes เพลงคลาสสิกของศิลปินรุ่นเก๋า David Bowie ที่ถูก Peter Gabriel ศิลปินรุ่นเก๋าอีกรายนำมาคัฟเวอร์อย่างได้อารมณ์เชิดชูวีรกรรมของทหารหาญอย่างที่สุดถึงที่สุด








*รีวิวหนังของ ผกก.Peter Berg เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น