แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังแคนาดา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนังแคนาดา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

7 Days (2010): สัปดาห์สางแค้น




7 Days (2010): สัปดาห์สางแค้น

     หนังแคนาดาที่พูดฝรั่งเศสเรื่องนี้ว่าด้วยการแก้แค้นแสนซาดิสม์ เมื่อคุณพ่อที่ลูกสาววัย 8 ขวบถูกข่มขืนแล้วฆ่า ตัดสินใจชิงผู้ต้องหาจากทางการไปล้างแค้นด้วยวิธีของตนเองให้สะใจคอซาดิสม์กันไปข้าง

     พูดถึงฉากทรมาน คอหนังแนวทรมานบันเทิงคงถูกใจกัน เพราะหนังค่อนข้างรุนแรง มีหลายฉากที่ชวนคลื่นไส้ หวาดเสียว (คนที่ใจเสาะกลัวการผ่าตัดโปรดหลีกเลี่ยง) แถมหนังยังไม่มีดนตรีประกอบ ความเงียบกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานจึงเป็นตัวสร้างความกดดันให้แก่คนดูได้อย่างชะงัดนัก

     แต่ว่าหนังไม่ได้สักแต่จะตะบี้ตะบันทรมานกันลูกเดียว หากแต่พูดถึงการต่อสู้กับจิตใจของตัวเองของคุณพ่อ กับการตั้งคำถามว่าการแก้แค้นมันเป็นสิ่งที่สมควรแล้วหรือ แค่ไหนถึงจะพอ และที่สุดคือความแค้นมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย โดยเฉพาะเมื่อเราปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับมัน

     เสียดายที่หนังดูจะรวบรัดตัดตอนไปในบางช่วง ไม่งั้นคงจะส่งอารมณ์ได้อย่างสมเหตุสมผลได้เนียนกว่านี้ แต่เอาน่ะ ได้ออกมาขนาดนี้ก็แจ่มแล้ว เป็นหนังดีชวนคิดแถมซาดิสม์ได้ใจอีกต่างหากครั่บ





การแก้แค้นครั้งนี้ได้ไป 6/10 ครั่บ





วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

Monsieur Lazhar (2011): สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'ครู'




Monsieur Lazhar (2011) :

ถึงหนังแคนาดาในตลาดโลกจะไม่ฮ็อตฮิตติดดาวอย่างประเทศอื่นเขา แต่ประเทศนี้ก็ส่งออกหนังดีๆ เด็ดๆ ให้คอหนังได้ซี้ดซ้าดอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะสองปีหลังมานี้ที่หนังโคตรดีอย่าง Incendies (2010) ได้เข้าชิงรางวัลออสก้าร์สาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และในปี ค.ศ.2011 ที่ผ่านมาหนังแคนาดาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์โดยการมีหนังได้เข้าชิงออสก้าร์สาขานี้พร้อมกันถึงสองเรื่องคือ In Darkness (ที่เป็นการร่วมทุนสร้างกันระหว่างแคนาดากับโปแลนด์) และหนังดราม่าครู/นักเรียน เล็กๆ เรื่องนี้นั่นเอง (แต่ก็ยังแห้วรางวัลไปในที่สุดอยู่ดี)ลิงก์

ถึงคุณครูหน้าจะโหดแต่ก็ใจดีนะ
หนังดัดแปลงมาจากละครเวที โดยผู้อำนวยการสร้างจาก Incendies (ที่ก็ดัดแปลงมาจากละครเวทีเหมือนกัน) และได้ ผกก.Philippe Falardeau มาเล่าเรื่องของบรรดานักเรียนในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งของแคนาดาซึ่งต้องเจอเหตุการณ์สุดเศร้าปนช็อคเมื่ออยู่ดีๆ ครูประจำชั้นแสนรักก็ฆ่าตัวตายคาห้องเรียนอย่างปริศนา เล่นเอาทุกคนสลดไปตามๆ กัน และด้วยการที่โรงเรียนหาครูมาทดแทนไม่ทันจึงตกลงรับนาย Bachir Lazhar (Mohamed Fellag) หนุ่มใหญ่หน้าโหดแต่ใจดี ที่เดินดุ่มเข้าโรงเรียนมาสมัครสอนเองเลย มาสอนห้องนี้แทนไปพลางๆ ก่อน


เด็กๆ เล่นดีเป็นธรรมชาติมาก
จากตอนแรกที่นักเรียนในห้องไม่ค่อยชอบหน้าคุณครูคนใหม่นี้นัก เนื่องด้วยท่าทีวิธีคิดแปลกๆ ของครูที่เป็นคนอัลจีเรียขอลี้ภัยมา กลวิธีการสอนแสนโบราณคร่ำครึล้าสมัย และการที่พวกเขายังลืมครูประจำชั้นคนเดิมไม่ลง ครู Bachir จึงต้องพยายามปรับตัวและทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจเด็กนักเรียนเหล่านี้ให้ได้ และที่สำคัญที่สุดคือการสอนเด็กให้รู้จักถึงความหมายของคำว่า การสูญเสีย ความรัก มิตรภาพ เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะสามารถก้าวข้ามความโศกเศร้าเสียใจครั้งนี้และเติบโตอย่างมั่นคงพร้อมที่จะเผชิญชีวิตต่อไปในอนาคต


การศึกษาบ้านเขาดูดีมีคุณภาพมาก
ฟังพล็อตเหมือนจะเป็นหนังแนว 'ครูครับ/คะเราจะสู้เพื่อฝัน' ชวนซาบซึ้งบิ้วท์อารมณ์ แต่หนังพยายามเต็มที่ๆ จะไม่ออกมาตามสูตรสำเร็จข้างต้น หนังเดินเรื่องเรื่อยๆ เรียบๆ แต่ไม่ซีเรียสมาก ด้วยบรรดานักแสดงไม่คุ้นหน้า แต่บทจะดราม่าทุกคนก็ล้วนทำหน้าที่ของตนได้อย่างน่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นคุณ Fellag ครูที่เก็บงำเรื่องเศร้าของตนไว้และเห็นแก่เด็กๆ อย่างแท้จริง รวมทั้งบรรดาเด็กๆ ที่เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่กระแดะเหมือนเด็กๆ หนังฮอลลีวู้ด ทั้งยังสามารถให้แง่คิดการดำเนินชีวิต วิพากษ์วิจารณ์ด้านการศึกษาของประเทศแคนาดา และปิดท้ายได้อย่างน่าประทับใจแม้จะดูห้วนๆ ไม่เป็นไปตามพิมพ์นิยมหนังแนวนี้ก็ตามที
  • + หนังครูนักเรียนเปี่ยมคุณภาพอีกเรื่องที่คุณครูไม่ควรพลาด คอหนังไม่ควรเมิน นะขอบอก
  • - หนังเดินเรื่องเรื่อยๆ เรียบๆ ไม่พยายามบิ้วท์อารมณ์แบบหนังฮอลลีวู้ดทั่วไป บางคนดูแล้วอาจมีเซ็ง




*รีวิวหนังรางวัลจากแคนาดาเรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Incendies (2010): ย้อนรอยอดีตไม่มีวันลืม




Incendies (2010) :
หนังดราม่าสัญชาติแคนาดา แต่พูดภาษาฝรั่งเศสกับอาหรับ และดำเนินเรื่องราวในแถบตะวันออกกลางแทบจะทั้งเรื่อง เรื่องนี้นั้นแจ่มแจ๋วมากพอที่จะทะลวงด่าน 18 อรหันต์เข้าไปถึงในรอบห้าเรื่องสุดท้ายของรางวัลออสก้าร์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมปีล่าสุด (ครั้งที่ 83) แต่สุดท้ายก็ต้องกอดคอกันกินแห้วกับบรรดาตัวเต็งตัวเก็งและตัวเกร็งเรื่องอื่นๆ ไปเพราะ In a Better World จากเดนมาร์กซิวรางวัลไปนั่งกอดนอนกอดได้ในที่สุด


สองคนนี้ยังรู้จักคุณแม่น้องไปซะแล้ว
หนังดัดแปลงมาจากบทละครเวทีของ Wajdi Mouawad เรื่อง Scorched อันว่าด้วยเรื่องราวของแฝดชายหญิงคู่หนึ่งที่ได้รับพินัยกรรมจากคุณแม่ที่เพิ่งเสียไป โดยในนั้นมีเนื้อความระบุว่าให้ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพื่อตามหาพ่อและพี่ชาย ซึ่งสองพี่น้องไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเหล่านี้มีตัวตนอยู่ และเมื่อพวกเขาได้ย้อนรอยอดีตของแม่ลงไปลึกมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบกับความจริงอันแสนชวนอึ้งปนชีช้ำเกี่ยวกับแม่ของตนมากขึ้นไปเท่านั้น

นี่เป็นหนังดราม่าที่ท่านจะลืมไม่ลงจริงๆ
Denis Villeneuve ผกก.ชาวแคนาดายังคงกลับมาพร้อมผลงานคุณภาพที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงๆ อีกครั้ง โดยคราวนี้พูดถึงชีวิตอันผกผันและชีช้ำที่ผู้หญิงอาหรับคนหนึ่งต้องเผชิญในยุคไฟสงครามกลางเมือง สลับกับเรื่องราวของลูกๆ ที่ต้องทำตามความปรารถนาสุดท้ายของแม่แบบเสียมิได้ ซึ่งหนังก็เสนอเรื่องราวทั้งสองยุคสลับกันไปมาอย่างมีชั้นเชิง เหมาะเจาะ เข้าใจง่าย ไม่ชวนสับสน และส่งผลทางอารมณ์ให้กับตัวหนังอย่างทรงประสิทธิภาพ

สองแม่ลูกหน้าตาคล้ายๆ กันมาก
ส่วนงานทุกด้านอยู่ในระดับดีเยี่ยม ที่แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างใส่ใจแม้แต่กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ หนังมีอะไรที่ชวนอึ้ง พลิกผัน ให้ได้เห็นกันตลอด และถึงเรื่องราวของหนังจะว่าด้วยเรื่องราวชีวิตบัดซบสุดรันทดที่ตัวเอกต้องเผชิญครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ถึงกระนั้นหนังก็ไม่ได้ฟูมฟายหรือพยายามเร้าอารมณ์ให้มากเกินไปแต่อย่างใด ทว่าการที่เหตุการณ์หลายๆ อย่างในหนังนั้นมันดูช่างบังเอิญไปอยู่บ้าง ก็อาจทำให้หลายคนรู้สึกตะหงิดๆ ขึ้นมาได้เช่นกัน

ลิงก์
หนังเดินเรื่องในแถบตะวันออกกลางซะเกือบทั้งเรื่อง
ถึงแม้หนังจะพลาดรางวัลออสก้าร์ไป แต่สำหรับเรา (และอีกหลายๆ คน) แล้วกลับรู้สึกประทับใจหนังเรื่องนี้มากกว่า In a Better World เสียอีก ดังนั้นทางบล็อกจึงขออุปโลกน์รางวัล Nanatakara Awards สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมประจำปีขึ้นมาเพื่อมอบให้หนังไปแบบไม่ต้องลังเลแม้แต่น้อย คอหนังทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง Highly Recommended เลยจ้า!
  • + เป็นหนังดราม่าระดับคุณภาพคับจออีกเรื่องหนึ่งแห่งปีที่แล้ว จะพลาดได้ยังไงล่ะเนี่ย
  • - บางจุดของหนังยังช่างบังเอิญไปนิดอยู่บ้าง เลยอาจลดความน่าเชื่อถือของหนังลงไปพอสมควร




*ช่วงเพลงในหนัง*

Radiohead
เห็นเป็นหนังดราม่าสุดอึ้งทึ่งเสียวที่เดินเรื่องแต่ในแถบตะวันออกกลางซะเกือบทั้งเรื่องแบบนี้ก็เหอะ แต่หนังยังเปรี้ยวและแนวได้อีก โดยการที่ใช้เพลง You and Whose Army? ที่อยู่ในอัลบั้ม Amnesiac (2001) ของ Radiohead วงอัลเทอร์เนทีฟขวัญใจเด็กแนวจากเกาะอังกฤษมาเป็นเพลงหลักของเรื่องอีกด้วย เพราะมีให้ได้ยินกันจะๆ อยู่หลายครั้งในหนังเลยล่ะ ซึ่งก็น่าแปลกที่เพลงซึ่งออกแนวๆ หลอนๆ เช่นนี้กลับเข้ากับบรรยาศและส่งผลต่ออารมณ์ของหนังได้เป็นอย่างดี ว่าแล้วเราก็ไปฟังกันเลยจ้า

MP3: Radiohead - You and Whose Army?


*รีวิวหนังเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในบล็อก*