วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

The Inbetweeners Movie (2011): สี่เกลอฮาแอ้มสาว



The Inbetweeners Movie (2011) :
หนังตลกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมอบความบันเทิง สร้างเสียงหัวเราะและคลายเครียดให้แก่ผู้ชม (แต่หนังตลกบางเรื่องนั้นยิ่งดูก็ยิ่งเครียดนะ) โดยไม่ต้องใช้ ดาราดังๆ หรือทุนสร้างอะไรมากมาย เพียงแค่ทำได้ฮาโดนใจมหาชนก็สามารถทำเงินทำทองได้เป็นกอบเป็นกำ ดั่งเช่นหนังตลกวัยรุ่นสุดสัปดนจากอังกฤษเรื่องนี้ที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้ ถึงขนาดติดอันดับหนังทำเงินสูงสุดประจำปีของอังกฤษในอันดับที่สามเลยทีเดียว (ชนะ The Hangover 2 เสียอีก)


หนังอังกฤษก็ฮาแบบสัปดนได้เหมือนกัน
ส่วนหนึ่งที่ทำให้หนังฮิตอย่างที่เห็นเพราะเป็นการต่อยอดมาจากหนังซิทคอมวัยรุ่นเรื่อง The Inbetweeners ที่ออกอากาศทางช่อง E4 ของอังกฤษ ระหว่างปี ค.ศ.2008-2010 อันว่าด้วยเรื่องราวฮาๆ ของวัยรุ่นเกรียนแตก 4 คน ซึ่งในเวอร์ชั่นหนังโรงนี้พวกเขาทั้งก๊วนได้มีโอกาสยกพวกกันไปเที่ยวหลีหญิงและเมาปลิ้นที่เกาะครีต ประเทศกรีซ จนเกิดเรื่องฮาป่วงตามมาแบบนันสต็อปไปเลยเชียว


สี่หน่อประจำเรื่อง
ครั่บ ถ้าจะให้คำจำกัดความถึงหนังเรื่องนี้ว่าเป็น 'British Pie' (ญาติห่างๆ ของ American Pie) ก็คงจะเหมาะเหม็งดีแท้นักเชียว เพราะมาสไตล์เดียวกันเป๊ะ (แต่ไม่ใช่ลอกเลียนแบบมาทั้งดุ้นนะ) หนังมาแบบฮาๆ ป่วงๆ ซกมกๆ ทะลึ่งๆ (มีจู๋โผล่มาให้เห็นทุกครึ่ง ชม.) ดูง่ายย่อยง่ายไม่ยุ่งยากตามสไตล์หนังแนวนี้ทั่วๆ ไปซึ่งทั้งนี้ด้วยความเข้าขากันของเหล่าตัวละครนำทั้งสี่ ก็เลยสามารถสร้างเสน่ห์ให้กับหนังได้เยอะ ส่วนมุกฮานั้นก็มีฮามากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากันไปตามอัตภาพ

ความห่ามความสัปดนมีพร้อมสรรพ
แม้หนังจะดูเอาฮาเป็นหลัก อย่าหวังหาสาระ แต่มันก็ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี นั่นคือการมอบความบันเทิง เรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากท่านผู้ชม ใครชอบหนังสไตล์นี้ก็คงจะถูกใจกัน ส่วนใครที่อยากหาอะไรฮาๆ ป่วงๆ สัปดนๆ คลายเครียดบ้างล่ะก็ เรื่องนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว นี่เห็นว่าหนังประสบความสำเร็จปานนี้ จึงมีโอกาสอยู่สูงที่เราจะได้เห็นสี่หน่อนี้กลับมาวาดลวดลายให้ฮากันอีกในภายภาคหน้าแล้วเจอกันนะพวกนาย ;)


สาวๆ สวยๆ เต็มเรื่องเชียว
  • + หนังวัยรุ่นสัปดนจากอังกฤษ ที่ดูเอาฮา ดูเอาเพลินได้ดีทีเดียว (สาวสวยเพียบ)
  • - ไม่มีสาระ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ หนังเล่นกันง่ายๆ เอาฮาเข้าว่าตามสไตล์หนังแนวนี้เขาล่ะ




*รีวิวหนังเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในบล็อก*


วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

Miss Bala (2011): นางงามอันตราย



Miss Bala (2011) :

Laura สาวเม็กซิกันบ้านๆ ผู้ใฝ่ฝันจะประกวดนางงาม ซึ่งเธอก็ได้เข้าประกวดสมใจเสียด้วยสิ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกคาเฟ่ชนิดที่เธอคงขำไม่ออกแน่ เมื่อเธอต้องเข้าไปพัวพันอย่างไม่เต็มใจกับแก๊งค์ค้ายาขาโหด และต้องตกอยู่ท่ามกลางสงครามยาเสพติดที่บู๊กันดุเดือดเลือดพล่านอย่างกับสงครามกลางเมือง จนอนาคตของนางงามอย่างเธออาจจะจบลงแบบไม่งดงามซะแล้วสิเนี่ย


นางงามเวทีนี้โจรเป็นสปอนเซอร์
หนังดราม่าอาชญากรรมจาก เม็กซิโก เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจหนักๆ จากเรื่องจริงสุดฉาวในปี ค.ศ.2008 ของ Laura Zúñiga นางงามคนดัง (ในขณะนั้น) ที่โดนจับพร้อมแก๊งค์ค้ายาอาวุธหนักเต็มคันรถ จนเธอถูกกองประกวดถอดตำแหน่งคืนแทบไม่ทัน ซึ่งในเวอร์ชั่นหนังนี้ก็ทำได้โดดเด้งดูดีถูกใจนักวิจารณ์จนถึงขั้นถูกส่งเป็นตัวแทนของเม็กซิโกเข้าชิงรางวัลออสก้าร์สาขาหนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในครั้งที่ผ่านมาด้วยนะ (แต่ตกรอบแห้วรับประทาน)


เม็กซิโกยังเป็นประเทศที่ไม่น่าอยู่เช่นเดิม
หนังเดินเรื่องเรื่อยๆ แต่ก็ประสบความสำเร็จในการเสนอความเป็นเมืองเถื่อนไม่น่าอยู่อาศัยของเม็กซิโกแบบที่เราเห็นมานักต่อนักในหนังหลายๆ เรื่อง (หรือที่เม็กซิโกจะเถื่อนจริงๆ หว่า?) ไม่ว่าจะเป็นแก๊งค์ค้ายาที่ถืออาวุธหนักไปไหนมาไหนชนิดไม่แคร์สื่อ การคอรัปชั่นของข้าราชการทั้งทหารตำรวจ สงครามยาเสพติดสุดรุนแรงที่ฝ่ายอเมริกาต้องเข้ามาร่วมรบด้วย และที่ประชดประชันสุดๆ คือการใช้อิทธิพลมืดลามไปล็อคสเป็คถึงเวทีประกวดนางงามด้วย


นางเอกเราสลดตลอดทั้งเรื่อง
หนังเสนอโลกอาชญากรรมของเม็กซิโกอย่างจริงจัง รุนแรง แต่ไม่เร้งเร้า บางคนอาจจะติว่านางเอกดูเซื่องๆ โง่ๆ ไม่หือไม่อือไปหน่อยมั้ย คือชีเชื่อฟังโจรตลอดจนตัวเองโดนหางเลขไปด้วย ซึ่งมันก็จริง เพราะหนังไม่ได้แสดงให้เห็นชัดๆ ว่าทำไมนางเอกถึงยอมพวกโจรนัก (กลัวตาย? กลัวคนที่รักได้รับอันตราย? บลาๆๆ) แต่ก็นะ คนเรามันคิดไม่เหมือนกันนี่ ที่สำคัญคือเธอไม่ใช่สาวมะกันสุดมั่นซึ่งพร้อมจะเอาคืนกับเหล่าร้ายแบบที่เราเห็นจนคุ้นชินในหนังฝรั่งส่วนใหญ่เน้อ


หน้าตาของ Laura Zúñiga ตัวจริง
มีซีนหนึ่งที่ถ่ายทอดให้เห็นภาพการเกิดระเบิดและกลุ่มควันจากการต่อสู้ระหว่างแก๊งค์ค้ายาและตำรวจในแถบกลางเมืองและภาพของคู่บ่าวสาวเพิ่งแต่งงานที่กำลังจะไปฮันนีมูนพร้อมๆ กัน ซึ่งดูเหมือนว่าบ่าวสาวคู่นี้จะไม่สนใจใยดีกับภาพความรุนแรงที่ปรากฏ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว ซึ่งมาคิดๆ ดูแล้ว แค่ซีนนี้ซีนเดียวก็อาจจะบ่งบอกถึงสังคมเม็กซิโกในทุกวันนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดแล้วก็เป็นได้นะ ป๊าด!
  • + เสนอโลกอาชญากรรมของเม็กซิโก สงครามยาเสพติด สภาพบ้านเมืองได้อย่างจริงจัง
  • - หนังเดินเรื่องเรื่อยๆ นางเอกไม่หือไม่อือไปนิด ขัดใจคอหนังที่คุ้นกับหนังนางเอกเก่งจริงเชียว




*รีวิวหนังเม็กซิโกเรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*


วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555

Tomie: Unlimited (2011): สวยสยองแซ่บเว่อร์




Tomie: Unlimited (2011) :
โทมิเอะ คือสาวสวยดาวโรงเรียนที่บรรดาหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ต่างพากันหมายปอง จนเล่นเอาแม้แต่น้องสาวของเธอเองอย่าง ซึกิโกะ ก็ยังแอบอิจฉาผู้พี่อยู่เงียบๆ แต่แล้ววันหนึ่งโทมิเอะก็ได้รับอุบัติเหตุตายสยองต่อหน้าต่อตาน้องสาว พอเวลาผ่านไปหนึ่งปีอยู่ๆ โทมิเอะตัวเป็นๆ ก็ดันปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เล่นเอาน้องสาวของเธอเอ๋อไปเลยทีเดียว ซึ่งการกลับมาของเธอครั้งนี้นั้นได้พกความสยองโหดแซ่บเว่อร์มาตุงกระเป๋าชนิดสะใจคอหนังคัลต์ญี่ปุ่นไปเลยจ้า


โทมิเอะกลับมาสยองอีกครั้ง
นี่คือภาคล่าสุดของหนังชุด 'โทมิเอะ' (ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนสุดคัลต์ชุด 'คลังสยอง ขวัญลงหลุม' อีกทีหนึ่ง) โดยคราวนี้ได้ ผกก.โนบุโร่ อิกุชิ เจ้าของหนังโหดมันส์ฮาอย่าง The Machine Girl (2008) และ RoboGeisha (2009) มาวาดลวดลายยักย้ายส่ายสะโพกกำกับ ซึ่งก็แน่นอนว่าเขาต้องพกเอาอารมณ์ความโหดเว่อร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษมาด้วย หนังก็เลยออกมาโหดเว่อร์แซ่บได้เยี่ยงนี้ (ป๊าด!)


ผีออกแนวพิลึกมากกว่าน่ากลัว
ไอ้เราก็ไม่เคยผ่านตาเวอร์ชั่นการ์ตูนหรือเวอร์ชั่นหนังภาคที่แล้วๆ มาเสียด้วยสิ เลยไม่สามารถเปรียบเทียบได้ว่าอันไหนดีกว่ากันหรือต่างกันมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าจะว่ากันเฉพาะภาคนี้อย่างเดียวก็คงต้องบอกว่า เป็นหนังสยองที่ดูได้เรื่อยๆ เน้นกันที่ฉากโหด ไอเดียผีหลอกเว่อร์ๆ ประหลาดๆ มากกว่าจะเน้นอารมณ์น่ากลัวนะ (บางตอนดูแล้วขำมากกว่าน่ากลัวด้วยซ้ำไป) และหนังยังมีช่วงเวลาให้คนดูต้องรำพึง "WTF?" อยู่เพียบ ตามประสาพิมพ์นิยมของหนังคัลต์เขาล่ะ

ความโหดขาดไม่ได้จากหนังญี่ปุ่น
งานนี้คงจะเหมาะสำหรับแฟนๆ หนังสยองคัลต์เว่อร์จากญี่ปุ่นที่เน้นไปทางโหดมันส์ฮาเท่านั้น เพราะถ้าเป็นขาจรทั่วไปคงจะเห็นว่าหนังช่างรุนแรง โรคจิต บ้าบอ งงแดก แต่สอบตกเรื่องความน่ากลัวไปซะงั้น อืม... เห็นทีต้องตามหาภาคก่อนๆ มาดูซะแล้วสิ เพราะดูเหมือนเราจะหลงมนต์สยองของสาวโทมิเอะเข้าอีกคนจนได้ เหอๆ

หน้าตาของเวอร์ชั่นการ์ตูน
  • + หนังโหด เว่อร์ คัลต์แตก ถูกใจคอหนังสยองญี่ปุ่นจริงๆ
  • - โหดเว่อร์และจิตจนขาดอารมณ์น่ากลัวไปซะงั้น แถมยังงงได้อีกสำหรับขาจร




*รีวิวหนังของ ผกก.โนบุโร่ อิกุชิ เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555

The Awakening (2011): ไขปริศนาโรงเรียนผีหลอน


The Awakening (2011) :
ปี ค.ศ.1921 อังกฤษเพิ่งจะผ่านพ้นความสูญเสียครั้งใหญ่จากสงครามโลกครั้งที่ 1 และการระบาดของไข้หวัดใหญ่มาหมาดๆ ซึ่งมันได้คร่าชีวิตของประชากรนับล้านไป ยังความโศกเศร้าแก่คนทั้งประเทศ และเกิดปรากฏการณ์การพบเห็นวิญญาณของคนที่ตายไปอย่างแพร่หลาย จนกิจการคนทรงหรืออะไรที่เกี่ยวกับผีสางนั้นบูมสุดๆ ไปเลย แม้ว่าส่วนใหญ่พวกนี้จะเป็นนักต้มตุ๋นหลอกลวงก็ตามที

ลิงก์ดูมาดนางเอกเราซะก่อน
Florence Cathcart (Rebecca Hall จาก The Town [2010]) สาวมั่นการศึกษาสูงแถมยังฉลาดเป็นกรด ซึ่งโด่งดังขึ้นมาจากการเขียนหนังสือเปิดโปงอุบายของพวกต้มตุ๋นเรื่องผีสาง ได้ตกลงตามคำเชิญชวนให้ออกเดินทางไปยังโรงเรียนประจำชายล้วนแห่งหนึ่ง เพื่อไขปริศนาการตายของนักเรียนคนหนึ่งที่ก่อนตายเขาได้แต่พร่ำบอกว่าเห็นผีเด็กคอยโผล่มาหลอกหลอนตน และจากเริ่มต้นที่เธอคิดว่าคงเป็นฝีมือของคนมาปลอมเป็นผีอีกตามฟอร์ม แต่พอยิ่งอยู่สืบที่นั่นมากขึ้นเท่าใด เธอก็ยิ่งชักไม่แน่ใจขึ้นทุกทีว่าตกลงตนเองอาจกำลังเจอผีตัวจริงเสียงจริงหลอกให้ขนหัวสแตนด์อัพอยู่ก็เป็นได้


ความมืดอึมครึมทำให้หนังน่าขนลุกขึ้นแยะ
หนังผีบรรยากาศหลอนของสาว Hall เรื่องนี้คือผลงานที่เธอได้รับบทนำเต็มตัวเป็นเรื่องแรก โดยได้ ผกก.Nick Murphy ที่เคยทำแต่หนังทีวีมาตลอด โดดมาทำหนังโรงเป็นเรื่องแรกเช่นกัน ซึ่งถึงจะเป็นเรื่องแรกของทั้งคู่ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะหนังหลอนใช้ได้ แม้จะไม่ได้น่ากลัวจนต้องรีบเอามือปิดตา แต่ก็มีช่วงเวลาชวนขนลุกมาฝาก แถมพล็อตเรื่องยังเข้าท่า มีหักมุมไปมาให้ต้องมีเฮ้ย ในขณะที่การแสดงของสาว Hall นั้นก็ถึงคุณภาพ เพิ่มอารมณ์ความมีคลาสให้กับตัวหนังได้ยิ่งยวดทีเดียว

โรงเรียนไหนๆ ก็มักมีข่าวลือเรื่องผีๆ
ถ้าคาดหวังจะดูหนังผีที่หลอกกันเถิดเทิงงานนี้มีผิดหวังแน่ เพราะหนังไม่ได้เน้นผีหลอกซะอย่างเดียว แต่ถ้าชอบหนังผีที่มีบรรยากาศหลอนๆ ฉากดราม่าถึงอารมณ์ พล็อตเรื่องที่ซ่อนเงื่อนมีหักมุม แบบที่ดูครั้งแรกอาจไม่พอต้องขอรีรันอีกสักรอบให้มีเก็ต ในภาวะที่กำลังขาดแคลนหนังผีดีๆ มีหลอนเช่นนี้ นี่คือหนังผีน้ำดีอีกเรื่องที่เราขอแนะนำเลยครั่บ ขอบอก
  • + บรรยากาศหลอน มีช่วงเวลาชวนขนลุก การแสดงดี มีหักมุมอีกต่างหาก
  • - ไม่ได้เน้นหลอกกันอย่างเดียว มีดราม่าอะไรด้วย หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหนังผีอะไรไม่น่ากลัวเลยก็ได้




*รีวิวหนังของสาว Rebecca Hall เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

Homeland (2011): กระชากแอ๊บวีรบุรุษ


Homeland (2011) :
นี่คือซีรี่ส์เจ้าของสองรางวัลลูกโลกทองคำครั้งล่าสุด โดยเป็นผู้ชนะทั้งสาขาซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยมและสาขานำหญิงของซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ซึ่งเพียงเท่านี้ก็สามารถการันตีได้เป็นอย่างดีแล้วว่าซีรีส์แนวสายลับที่ดัดแปลงมาจาก 'Hatufim' ซีรีส์จากอิสราเอลเรื่องนี้นั้นน่าหามากระแทกสายตาคอหนังซีรีส์คุณภาพมากแค่ไหน


Claire Danes มาพร้อมกับซีรีส์ดีมีคุณภาพ
ซีรีส์เสนอเรื่องราวชวนสงสัยปนระทึกของ Carrie Mathison (Claire Danes จาก Stardust [2007]) จนท.ซีไอเอ ผู้มากความสามารถที่ค้นพบว่า ฮีโร่ของคนทั้งชาติอย่าง จ่าเอก Nicholas Brody (Damian Lewis จาก Band of Brothers [2001]) ทหารนาวิกโยธินสหรัฐซึ่งถูกกลุ่มอัลเคดาจับตัวไปทรมานทรกรรมกว่า 8 ปีนั้น อาจจะแปรพักตร์กลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปซะเอง เธอจึงต้องพยายามสืบหาความจริงและทำทุกอย่างเพื่อกระชากหน้ากากของเขา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ลิงก์
การโดนเอาปืนจ่อหัวมันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย
เห็นพล็อตเรื่องที่เกี่ยวกับการสืบหาผู้ก่อการร้ายแบบนี้แล้วก็ช่างชวนให้นึกถึงซีรีส์ขวัญใจมหาชนอย่าง '24' เสียจริง แต่ว่า Homeland นั้นไม่ได้เน้นไปทางแอ็คชั่น ไม่ได้มีฉากชวนลุ้นระทึกทุกๆ ตอน หรืออะไรที่มันไฮเท็ค หากเน้นไปที่ฉากดราม่า ความพลิกผันลึกลับซับซ้อนของเรื่องราวที่สามารถหลอกล่อคนดูให้ไขว้เขวไปมา และบรรดาตัวละครที่ต่างก็มีด้านมืดด้านหมองของตน โดยเฉพาะนางเอกที่หลายครั้งทำตัวเกรียนและเห็นแก่ตัวเสียจริงๆ (อิอิ)

สองตัวละครหลักของซีรีส์
และที่โดดเด่นสุดๆ คือการแสดงอันยอดเยี่ยมของสองนักแสดงนำอย่างพี่ Lewis ที่มาพร้อมกับสีหน้าเย็นชาชวนสงสัยว่าตกลงหมอนี่ดีหรือร้ายกันแน่ (วะ) กับสาว Danes ที่เล่นแบบทุ่มเทชนิดหมดหน้าตัก ซึ่งในฉากแสดงอารมณ์หนักๆ หรือสติแตกเนี่ย สีหน้าสีตาชีไปหมด ไม่มีห่วงสวย ห่วงเริ่ดแต่อย่างใด เลยทำให้ตัวละครของเธอที่ถึงแม้หลายครั้งจะทำตัวไม่น่ารัก ออกมาดูน่าเวทนาสงสารเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เห็นเล่นได้ขนาดนี้ก็คิดว่าสมแล้วล่ะกับรางวัลที่เธอซิวมาครอง นับถือๆ

ใครอ่านภาษาอารบิคได้ช่วยบอกทีว่าเขียนว่าไง
แม้จะไม่ใช่ซีรีส์ที่ดูเอามันส์ชวนลุ้นทุกตอน มีแต่ฉากดราม่า แถมเต็มไปด้วยฉากสนทนาพาง่วง แต่ก็ทำออกมาได้น่าติดตาม มีชั้นเชิง มีอารมณ์ ไม่เป็นไปตามสูตรสำเร็จ น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่สามารถเอาชนะซีรีส์คู่แข่งบนเวทีลูกโลกทองคำซึ่งฮิตกว่าและดังกว่าอย่าง The Walking Dead และ Game of Thrones ได้ ใครชอบดูซีรีส์ระดับคุณภาพล่ะก็ไม่ควรพลาดกัน แต่ก็นะ กว่าจะได้ดูซีซั่นสอง ก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ เบื่อซีรีส์มะกันก็ตรงที่ต้องรอจนเงกแบบนี้จริงๆ เหอๆ


สาว Danes กำลังยิ้มแป้นชูรางวัลลูกโลกทองคำที่ได้รับ
  • + ซีรีส์ระดับลูกโลกทองคำ มีชั้นเชิง น่าติดตาม การแสดงของสาว Danes โดดเด่นมากๆ
  • - ไม่ได้เน้นมันส์ ฉากแอ็คชั่นมีน้อย บางคนดูแล้วอาจเบื่อเอาได้ง่ายๆ




*รีวิวซีรีส์เจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในบล็อก*