วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Everything Must Go (2010): ชีวิตนี้ ยังอับเฉาได้อีก

Everything Must Go (2010) :
เฮีย Will Ferrell นับเป็นหนึ่งในนักแสดงตลกชายระดับเต้ยแห่งยุคนี้ แม้ว่าชื่อเสียงนอกอเมริกาของเขาดูจะด้อยกว่าเพื่อนร่วมสำนัก Saturday Night Live คนอื่นๆ อยู่บ้างก็ตามที และก็เป็นไปตามธรรมเนียมของดาราตลกชื่อก้องทั้งหลาย ที่พอดังถึงจุดหนึ่งก็จะหันไปเล่นหนังแนวที่ซีเรียสขึ้นมาบ้าง นัยว่าเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศกลัวคนดูเฝือและยังเป็นการพิสูจน์ฝีมือการแสดงของตนให้ประชาชีได้รู้เช่นเห็นชาติรู้แจ้งเห็นจริงอีกด้วย


เฮีย Ferrell เล่นบทที่ไม่บ้าบอก็เป็นนะจ้ะ
Nick Halsey หนุ่มใหญ่พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตัวเขาเองนั้นมีปัญหาติดเหล้ามาช้านานแล้ว และในที่สุดวันหนึ่งเขาก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะความเมาทำพิษ ครั้นพอกลับไปถึงที่บ้านก็พบว่าเมียของเขาหนีไปแล้วพร้อมกับขนข้าวของๆ เขามากองทิ้งไว้หน้าบ้าน แถมยังยึดบ้านยึดเงินเรียบจนเฮียเขาไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว ซึ่งเราก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าเฮียเขาจะทำยังไงกับชีวิตอันอับเฉาของตนล่ะนะ จุ๊บๆ


หนูน้อย(แต่ตัวใหญ่)คนนี้ทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลยทีเดียว
ผกก.Dan Rush ประเดิมผลงานเรื่องแรกนี้ได้อย่างน่าดูชม ถึงแม้หนังจะมาด้วยเรื่องราวบ้านๆ พื้นๆ มีนักแสดงไม่กี่คน ฉากไม่กี่ฉาก ไม่มีอะไรพิศดารมาฝาก แต่ทั้งสิ่งทั้งปวงที่ปรากฏบนจอล้วนช่วยส่งเสริมให้หนังออกมาน่าพอใจเกินคาด ทั้งการแสดงของเฮีย Ferrell ที่ทำหน้าที่แบกรับหนังทั้งเรื่องได้เป็นอย่างดี มอบการแสดงที่ทั้งดูน่าเห็นใจและอบอุ่น ไม่มีติดตลกบ้าบอมาให้เห็นสักนิด นักแสดงสมทบแจ่มๆ ดนตรีประกอบเพราะเศร้าหงอยซึ้ง อีกทั้งงานด้านภาพอันเปี่ยมไปด้วยโทนอบอุ่นเต็มไปด้วยความหวัง


สนามหญ้าหน้าบ้านคือฉากหลักของหนัง
นอกจากจะดูเพลินดูดีแล้ว หนังยังมีข้อคิดคำคมในการดำเนินชีวิตมาฝากเพียบ โดยเฉพาะในแง่ให้กำลังใจสำหรับผู้ที่ประสบเรื่องแย่ วันมามาก ผู้ที่ทำผิดพลาดจนเกิดความสูญเสียมหาศาล จนไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตต่อดี ซึ่งบางทีสิ่งที่เราควรทำก็คือปล่อยวาง และตระหนักว่าอะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้วเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ ถึงแม้ดูเหมือนเราจะสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าตั้งสติและพิจารณาดีๆ ก็จะพบว่ายังมีสิ่งดีๆ ในชีวิตเราหลงเหลืออยู่เสมอ และยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ขอให้พี่น้องโชคดีมีชัยในการสู้ชีวิตครั่บ :)
  • + เป็นหนังดราม่าเล็กๆ ที่ดูดีดูเพลิน มีแง่คิดในการดำเนินชีวิต แจ่มไปเลยจ้า
  • - เรื่องราวบ้านๆ พื้นๆ เรียบๆ แบบนี้หลายคนเมินแบบไม่ต้องคิดเลยล่ะ



*ช่วงเพลงในหนัง*
The Band
หนังปิดฉากสุดท้ายอย่างเต็มไปด้วยความหวังกำลังใจ ซึ่งการใช้เพลง I Shall Be Released ของ Bob Dylan ในเวอร์ชั่นของวงโฟล์คร็อคในตำนานอย่าง The Band ก็ทำให้ฉากนั้นออกมาเสร็จสมอารมณ์หมายตามที่ผู้สร้างต้องการ เพราะเพลงสุดอมตะเพลงนี้ก็มีเนื้อหาที่ปล่อยวาง และเข้าใจชีวิตเป็นอย่างที่สุด นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้เพลงส่งเสริมอารมณ์หนังอย่างเหมาะเจาะและลงตัวจริงๆ เน้อ

MP3: The Band - I Shall Be Released


วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เพลงอินดี้ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ - 24 ส.ค.54


ทางบล็อกได้คัดเลือกและรวบรวมเพลงอินดี้กับไม่อินดี้ที่น่าสนใจจากเว็บต่างๆ ที่มีเพลงให้โหลดไปฟังกันฟรีๆ อย่างถูกกฏหมายและผิดกฏหมายมาแนะนำสู่กันฟังในทุกวันพุธ (แต่เลทมาเป็นวันพฤหัสเป็นประจำ) ซึ่งในสัปดาห์นี้เราก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสรรหาเพลงทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจมาฝากบรรดามิตรรักแฟนบล็อกเช่นเดิม ส่วนจะมีเพลงอะไรของใครบ้างนั้นก็เชิญเลือกฟังเลือกโหลดตามสังกัดกันได้เลยจ้า

*ท่านที่ใช้ IE สามารถเซฟเพลงไว้ฟังได้ด้วยการคลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก Save Target As... ท่านที่ใช้ Firefox และ Chrome คลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก บันทึกลิงค์เป็น... ส่วนท่านที่ใช้ Safari คลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก Download Linked File ได้เลยจ้า*



MP3: BoDeans - Wrap Me

MP3: The Charlatans - My Foolish Pride

MP3:
Debbie Neigher - My My My

MP3: DeVotchka - All the Sand In All the Sea

MP3: Echorev - Sparks

MP3: The Front Bottoms - The Beers

MP3: The God Machine - The Blind Man

MP3: The Horrors - Moving Further Away

MP3: The Irrepressables - Forget the Past

MP3: Jenny Owen Youngs - Great Big Plans

MP3: The Kooks - Junk of the Heart (Happy)

MP3: The Ladybirds - Shimmy Shimmy Dang!

MP3: Lana Del Rey - Video Games

MP3: Little Dragon - Ritual Union

MP3: Madi Diaz - Let's Go

MP3: Mean Creek - The Land of Hopes & Dreams

MP3: Mr. Gnome - Bit of Tongue

MP3: Phantogram - As Far As I Can See

MP3: Preteen Zenith - Breathe

MP3: Reptar - Stuck in My ID

MP3: The Shimmies - Friendly Fire

MP3: Tim Kasher - The Jessica

MP3: Too Late the Hero - Wicked Self

MP3: Veronica Falls - Come On Over

MP3: We Were Promised Jetpacks - Act On Impulse

MP3: You Can Be a Wesley - Talking Science



*ท่านสามารถดาวน์โหลดเพลงทั้งหมดในคราเดียวโดยคลิกที่รูปเฮีย Thom เจ้าเก่า*

เฮีย Thom กำลังเมาแมวในอารมณ์


*สัปดาห์นี้เราก็ยังขอแปะแต่เพลงไว้ให้ฟังแบบนี้ไปก่อนอีกครั้ง หากขาดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า เพราะต้องยอมรับว่าหลายครั้งเราเองก็ช่างมั่วได้ใจยิ่งนัก หากมีอะไรแนะนำติชมก็ได้โปรดอย่ารั้งรอที่จะบอกกล่าวกันเน้อ ไว้พบกันใหม่สัปดาห์หน้า ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพและฟังเพลงอย่างมีความสุขโดยถ้วนหน้ากันนะครับทุกท่าน : )


*ขอขอบคุณ spinner, fader, stereogum และอีกหลายๆ เว็บที่ถูกรวบรวมและคัดเลือกเพลงมาโพสต์บนบล็อกนี้อย่างไม่ไล่ไม่เลิก*


วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Killing Bono (2011): ตายซะ อีโบโน่!


Killing Bono (2011) :
สองพี่น้องตระกูล McCormick อันประกอบด้วย Neil (Ben Barnes) และ Ivan (Robert Sheehan) ใฝ่ฝันจะเป็นร็อคสตาร์ที่โด่งดังคับไอร์แลนด์หรือดังระดับโลกเลยยิ่งดี แต่เผอิญพวกเขาดันมีคู่แข่งเป็นวงร็อคเล็กๆ อย่าง U2 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน ที่ดังเอาๆ จนเกินหน้าเกินตาเพื่อน ยังไงซะพวกเขาก็มั่นใจว่าพวกตนแจ่มกว่าเพราะหน้าตาดีกว่า (อ่ะนะ) ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าพวกเขาจะเป็นดาวรุ่งพุ่งสู่ดาวได้ดังฝัน หรือจะพุ่งสู่เมรุกันแน่หนอ


สองพี่น้องพลังร็อคตกอับ
ผลงานหนังตลกของ ผกก.Nick Hamm (Godsend [2004]) เรื่องนี้สร้างจากหนังสือชื่อ Killing Bono: I Was Bono's Doppelgänger ที่เขียนโดย Niel McCormick ซึ่งก็แน่นอนที่หนังต้องมาในคราบ'หมารองบ่อนครับเราจะสู้เพื่อฝัน' โดยเสนอภาพของซีนดนตรีแถบสหราชอาณาจักรในยุค '80 ซึ่งแฟนๆ เพลงคงจะดูกันเพลิน โดยเฉพาะแฟนของ U2 ที่คงจะปลื้มกันเป็นพิเศษ

แข่งอะไรก็แข่งได้แต่อย่าแข่งร็อคกับทั่น Bono!!
อันตัวยอดชายนาย Barnes ตัวละครหลักของเรื่องก็ยังดูดีเช่นเดิมและทำหน้าที่ได้อย่างน่าหมั่นไส้ในบทไอ้หนุ่มร็อคจอมกะล่อนที่พยายามจะตะกายฝัน แต่ดูเหมือนจะยิ่งทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ลงไปกว่าเดิมซะงั้น และนาย Sheehan ที่รับบทมือกีต้าร์ผู้น้องที่โดนผู้พี่ถ่วงความเจริญได้อย่างน่าเห็นใจ ในขณะที่ลุง Pete Postlethwaite ที่ดูซูบผอมก็ยังอุตส่าห์มีสปิริตมาเล่นเป็นเกย์เฒ่าผู้คอยเอาใจช่วยสองหนุ่มได้อย่างมีสีสัน


นี่เป็นเรื่องสุดท้ายของป๋า Pete Postlethwaite
จริงๆ แล้วพวกเขาสองพี่น้องไม่ใช่วงที่ห่วยแตกที่ไหน แต่ที่ไม่รุ่งคงจะเป็นเพราะ ผู้พี่มีอีโก้ อัตตามากเกินไป เขาพยายามจะแข่งกับวงอย่าง U2 ซึ่งนับว่าเป็นการเลือกคู่แข่งที่หินมาก เพราะวงๆ นี้คือวงร็อคระดับโลกไปซะแล้ว เฮ้อ เรื่องแบบนี้เข้าทำนองแข่งอะไรก็แข่งได้แต่อย่าแข่งบุญแข่งวาสนา และการที่เราเอาแต่เปรียบเทียบตนเองกับคนอื่นๆ มันก็มีแต่ทำให้เหนื่อยเปล่าๆ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องแบบนี้มันชีวิตใครชีวิตมันจริงๆ
  • + เป็นหนังตลกเกี่ยวกับแวดวงเพลงร็อคยุค '80 ที่ดูกันได้พลินๆ แฟนๆ วง U2 หรือหนุ่ม Barnes ดูได้ดูดีนักเชียว
  • - เรื่องราวโดยรวมยังไม่ได้ใจนัก และถ้าไม่รู้จัก U2 พอจะไม่อินกับหนังสักเท่าไหร่

*อำลาอาลัย*

Pete Postlethwaite (1946-2011)
นี่คือผลงานเรื่องสุดท้ายของนักแสดงชาวอังกฤษรุ่นลายครามคนนี้ ซึ่งได้จากไปในวัย 64 ขวบด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2011 ที่ผ่านมา โดยเขาได้ทิ้งผลงานกว่า 57 เรื่อง (ที่เด่นๆ หน่อยก็อาทิ In the Name of the Father [1993], Romeo + Juliet [1996], และล่าสุดก็ The Town [2010]) ไว้ให้คอหนังได้ชื่นชมและระลึกถึงต่อไป





*ช่วงเพลงในหนัง*

U2 สมัยยังละอ่อน
หนังเรื่องนี้เป็นหนังเพลง ถ้าคุณยังไม่ทราบนะ (อิอิ) ดังนั้นมีเพลงให้ฟังตรึมแน่ เพราะเกี่ยวกับวงร็อคต๊อกต๋อยที่พยายามแข่งกับวงระดับโลกอย่าง U2 ซึ่งทั้งสองหนุ่ม Ben Barnes และ Robert Sheehan ต่างก็ฝากเสียงร้องของตนในหนังด้วยนะ กับเพลงแนวร็อคที่มีเมโลดี้ติดหูน่าฟังทีเดียวเชียว ว่าแล้วเราก็คัดเพลงเด่นๆ จากหนังมาฝากกัน และสำหรับผู้ที่สนใจจะฟังทั้งอัลบั้มเราก็มีให้โหลดไปฟังกันโลดโดยคลิกที่รูปด้านบนได้เลยจ้า ;)

MP3: Ben Barnes & Robert Sheehan with Joe Echo - Where We Want to Be

MP3: Robert Sheehan with Joe Echo - The Great Beyond

*รีวิวหนังของหนุ่ม Ben Barnes และหนังเกี่ยวกับวงร็อคเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจภายในบล็อก*


วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Win Win (2011): เมื่อชีวิตนี้มันห่วยเข้าวิน


Win Win (2011) :
เฮีย Paul Giamatti เป็นนักแสดงในกลุ่ม 'หน้าไม่หล่อแต่เร้าใจ' (ตรงไหน?) มือวางอันดับต้นๆ ของวงการหนังฮอลลีวู้ดยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยลีลาการแสดงอันอร่อยเหาะแซ่บหลายของแก เลยมีคอหนังคอยชื่นชมซูฮกอยู่มากมาย ซึ่งหลายปีมานี้เฮียแกก็มีผลงานเด็ดๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าส่วนใหญ่แกจะมาในฐานะนักแสดงสมทบก็ตามที แต่ขอโทษ ถึงจะเป็นตัวประกอบแต่ก็เป็นตัวประกอบไฮโซนะขอบอก (อ่ะจร้า พ่อคุ๊ณณ)

กี่เรื่องๆ ก็ยังมาด้วยผมทรงนี้
มาถึงหนังดราม่า/ตลก/กีฬาเรื่องนี้นั้น ก็ว่าด้วยเรื่องราวของ Mike (Giamatti) ทนายหน้ากลมตัวกลม ที่เปิดสำนักงานให้คำปรึกษาทางกฏหมายเล็กๆ ใน New Jersey และยังรับจ๊อบเป็นโค้ชทีมมวยปล้ำให้กับโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งทั้งชีวิตส่วนตัวของเขาและผลงานของทีมนั้นก็อยู่ในภาวะห่วยเข้าวิน จนเล่นเอาเฮียหน้ามืดวิงเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลมทาถูๆ อยู่บ่อยๆ ดีนะที่ฟ้ายังเห็นใจ ประทานไอ้หนุ่มหัวทองผู้มีฝีปล้ำระดับพระกาฬนาม Kyle (Alex Shaffer) มาให้ อะไรๆ เลยเริ่มสดใสซาบซ่าขึ้นมาบ้าง แต่ก็เชื่อเถอะว่านี่แค่จุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นๆ ที่กำลังจะตามมาอีกเป็นคันรถ


หนุ่มน้อยหัวทองคนนี้ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว
ถึงนี่จะเป็นหนังเล็กๆ ทุนน้อยนิดชนิดที่เรียกว่าหนังอินดี้ แต่คุณภาพกลับไม่น้อยนิดเอาซะเลย ซึ่งพอเหลือบไปเห็นชื่อ ผกก.ว่าเป็น นักแสดง/ผกก.Thomas McCarthy (The Visitor [2007]) ก็เลยถึงบางอ้อ เพราะว่าทั่นผู้นี้ทำหนังออกมาทีไรเป็นได้รับการซูฮกอย่างสูงไปซะทุกเรื่อง และหนังเรื่องนี้ก็มาด้วยอารมณ์ยิ้มๆ ขำๆ เพลินๆ กำลังดีตลอดงาน กับเรื่องราวดราม่าให้แง่คิดที่ไม่ซีเรียสจนเกินไป พร้อมด้วยบรรดานักแสดงที่เปี่ยมเสน่ห์และเต็มไปด้วยสีสันชวนฮาอีกเพียบ

นักแสดงแต่ละคนเต็มไปด้วยสีสัน
จริงอยู่ที่นี่เป็นเพียงหนังเล็กๆ กับเรื่องราวของฝรั่งบ้านๆ ที่ไม่หวือหวา แปลกใหม่ สุดยอด เด็ดสะระตี่ แต่ก็เป็นหนังที่ ดูเพลิน มีสาระ ดูแล้วฟีลกู้ดเอามากๆ เรื่องหนึ่งเลยล่ะ เอาแค่ที่หนังเริ่มต้นด้วยการให้หนูน้อยลูกสาวพระเอกอุทานแบบหัวเสียว่า 'Shit!' ได้อย่างน่ารักน่าชัง ก็เล่นเอาอดที่จะยิ้มแก้มตุ่ยและรู้สึกดีกับหนังได้ตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วล่ะ อิอิ
  • + เป็นหนังดราม่า/ตลก ที่ดูเพลิน ฟีลกู้ด มีสาระ แฟนๆ หนังของ ผกก.Thomas McCarthy ไม่มีผิดหวังแน่จ้า
  • - ด้วยความที่เป็นหนังเล็กๆ เรื่องราวก็บ้านๆ เลยอาจไม่ค่อยดึงดูดคอหนังให้สนใจสักเท่าไหร่





*ช่วงเพลงในหนัง
*

The National
และเพราะเป็นหนังอินดี้ ก็เลยต้องมีเพลงประกอบเป็นเพลงอินดี้กับเขาด้วยถึงจะเข้าคอนเซปท์ ว่าแล้วหนังก็ได้เพลงเพราะๆ ของ The National วงอินดี้จากบรู้คลิน นิวยอร์ค ที่ชื่อ 'Think You Can Wait' ซึ่งทางวงบรรจงแต่งเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะซะด้วย แจ่มไปโลด และอีกเพลงคือเพลงของ Bon Jovi ที่ถึงจะไม่อินดี้แต่ก็ถูกนำมาใช้ในหนังได้อย่างมีเสน่ห์ ในฉากคุณเมียพระเอกประกาศตนอย่างภาคภูมิใจว่าตนเป็นสาวกวง Bon Jovi ตัวจริงเสียงจริง เพราะเป็นคนเจอร์ซี่ด้วยกัน อิอิ น่ารักจริงนะหนังเรื่องนี้

*รีวิวหนังของเฮีย Paul Giamatti เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจภายในบล็อก *
เพิ่มรูปภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

The Whistleblower (2010): เจ๊จะแฉ ใครอย่าจุ้น

The Whistleblower (2010) :
เจ๊ Rachel Weisz เป็นนักแสดงคุณภาพระดับรางวัลออสก้าร์ (สมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก The Constant Gardener [2005]) ที่ถึงแม้อายุอานามจะย่างเข้าวัย 41 ขวบแล้ว แต่เจ๊ก็ยังมีผลงานแจ่มๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเอาแค่ปีนี้ปีเดียว เจ๊ก็มีหนังออกมาถึง 4 เรื่องด้วยกัน แถมยังจะได้ร่วมแสดงในหนัง เจสัน บอร์น ตอนใหม่ The Bourne Legacy ที่จะออกมาในปี 2012 อีกด้วยนะขอบอก


ดูหน้าแต่ละคนก็รู้ว่างานนี้มีเครียด
และนี่คือหนังดราม่าทริลเลอร์ออกแนวสอบสวนที่สร้างจากเรื่องจริงของ ตำรวจสาวชาวมะกันคนหนึ่ง (Wiesz) ที่สมัครไปเป็น จนท.รักษาสันติภาพ ของ UN ที่บอสเนีย เพราะเห็นว่ามีค่าตอบแทนก้อนงาม แต่พออยู่ๆ ไปเธอก็พบกับความไม่ชอบมาพากลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าเนื้อสดข้ามชาติ จึงมีภาระใจขอเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้เอง แต่พอสืบไปสืบมาสาวไปสาวมากลับยิ่งพบการสมรู้ร่วมคิดพัวพันโยงใยกันมั่วไปถึงระดับหน่วยงานรัฐแทบจะทุกหน่วย แม้กระทั่งพวก UN เองก็ยังมีเอี่ยว (ป๊าด!) จนเจ๊เธอแทบไม่ไหวจะเคลียร์เลยทีเดียว


เจ๊ Monica Bellucci ยังสวยเซ็กซ์แม้จะอายุปาไป 47 ขวบแล้ว
คงต้องบอกว่าหนังสไตล์นี้เข้าทางเจ๊แกอย่างแรง เพราะด้วยมาดลูกผู้หญิงใจเด็ด ผู้ที่พร้อมจะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง มีออร่าของคนเป็นแม่ แต่ก็ไม่ได้สวยเก่งเว่อร์จนเกินคนแบบนี้นั้น เจ๊แกฉายเดี่ยวได้ใจคนดูไปเต็มๆ เลย ยิ่งหนังขึ้นชื่อว่าสร้างโดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงสุดฉาวด้วยแล้ว งานนี้เลยจับความสนใจได้อยู่หมัด โดยได้นักแสดงคุ้นๆ หน้ามาร่วมสร้างความขึงขังให้กับหนังมาอีกหลายคน

เรื่องนี้เจ๊แกเด่นอยู่คนเดียว
แต่ก็ต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่หนังที่ดูกะเอามันส์ เพราะเรื่องราวที่เกี่ยวกับการค้าสาวๆ ไปเป็นทาสทางเพศที่เต็มไปด้วยฉากทารุณกรรมแบบนี้ ดูแล้วออกแนวสลดจิตซะมากกว่า ยิ่งการที่นางเอกเรามีแนวร่วมสู้เพื่อเพศแม่อยู่เพียงน้อยนิดก็เลยทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้มากนัก ประมาณว่าเหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปงัดท่อนซุง ดูแล้วอึดอัดหัวใจพิลึก ยิ่งฉากแอ็คชั่นลุ้นๆ ล่ะก็ลืมไปได้เลยว่าจะมีให้ดู


เปรียบเทียบตัวปลอมกับตัวจริงว่าใครสวยกว่ากัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่หนังเอาความจริงเหล่านี้มาแฉให้โลกได้รับรู้ก็เป็นสิ่งดี ที่มีคนมาย้ำเตือนให้ตระหนักว่ายังมีสิ่งเลวร้ายเช่นนี้อยู่ในโลก ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของขบวนค้าเนื้อสดระหว่างชาติเท่านั้น หนังทิ้้งท้ายว่ามียังขบวนการแบบนี้ดำเนินธุรกิจอยู่ทั่วโลก กับแฟรนไชส์ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่าพันๆ ล้าน (เหรียญ) กับจำนวนผู้หญิงที่ถูกหลอกไปขายกว่า 2.5 ล้านคนเลยทีเดียว มูลนิธิปวีณา ทราบแล้วเปลี่ยน!!
  • + เป็นหนังดราม่าทริลเลอร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของขบวนการค้าเนื้อสดข้ามชาติที่ทำได้ดี น่าติดตาม เจ๊ Weisz เรารับมือหนังทั้งเรื่องได้อยู่หมัดไม่เสียชื่อดาราระดับออสก้าร์
  • - ออกแนวสลดหดหู่ ดูแล้วอึดอัดหัวใจ เพราะถึงจะเป็นหนังแต่ก็ไม่ได้ออกมาสวยหรูสุดแฮปปี้อย่างกับหนังหรอกนะ (เอ๊ะ ยังไง?)



*รีวิวหนังของเจ๊ Rachel Weisz เรื่องอื่นๆ ภายในบล็อก*


เพลงอินดี้ที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ - 17 ส.ค.54


ทางบล็อกได้คัดเลือกและรวบรวมเพลงอินดี้กับไม่อินดี้ที่น่าสนใจจากเว็บต่างๆ ที่มีเพลงให้โหลดไปฟังกันฟรีๆ อย่างถูกกฏหมายและผิดกฏหมายมาแนะนำสู่กันฟังในทุกวันพุธ(จากเดิมวันอังคาร) ซึ่งในสัปดาห์นี้เราก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสรรหาเพลงทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจมาฝากบรรดามิตรรักแฟนบล็อกเช่นเดิม ส่วนจะมีเพลงอะไรของใครบ้างนั้นก็เชิญเลือกฟังเลือกโหลดตามลีลากันได้เลยจ้า


*ท่านที่ใช้ IE สามารถเซฟเพลงไว้ฟังได้ด้วยการคลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก Save Target As... ท่านที่ใช้ Firefox และ Chrome คลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก บันทึกลิงค์เป็น... ส่วนท่านที่ใช้ Safari คลิกขวาที่ชื่อเพลงแล้วเลือก Download Linked File ได้เลยจ้า*



MP3: Belle and Sebastian - I Didn't See It Coming


MP3: Bjork - Cosmogony


MP3: Bombay Bicycle Club - Shuffle


MP3: Bright Archer - Hidden Systems


MP3: Canon Blue - A Native (Madison)


MP3: Carousels - Here to Me


MP3: Chairlift - Amanaemonesia

MP3: Chelan - On the Water


MP3: Cloudy Busey - Broken By Inertia

MP3: Cymbals Eat Guitars - Definite Darkness


MP3: Dan Mangan - Oh Fortune


MP3: Dead Man Winter - Nicotine


MP3: Devon Williams - Your Sympathy


MP3: Emmy the Great - Dinosaur Sex


MP3: Equals - False Light


MP3: Ether Teeth - Animal


MP3: Fort Lean - Perfect


MP3: Frightened Rabbit - Fuck This Place (feat. Traceyanne)

MP3: Gem Club - Breakers

MP3: Giant Drag - Meowch

MP3: Givers - Up Up Up (CSS remix)


MP3: Quiet Company - On Modern Men


MP3: Real Estate - It's Real


MP3: Whirr - Junebouvier


MP3: Zee Avi - Swell Window


*ดาวน์โหลดทั้ง 25 เพลงในคราเดียวโดยการคลิกที่หน้าเฮีย Thom สักสองจึ๊ก*

งั่มๆๆๆ

*สัปดาห์นี้และสัปดาห์ถัดไปเราขอแปะแต่เพลงไว้ให้ฟังแบบนี้ไปก่อน หากขาดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยด้วยจ้า เพราะต้องยอมรับว่าหลายครั้งเราเองก็ช่างมั่วได้ใจยิ่งนัก หากมีอะไรแนะนำติชมก็ได้โปรดอย่ารั้งรอที่จะบอกกล่าวกันเน้อ ไว้พบกันใหม่สัปดาห์หน้า ยังไงก็ขอให้รักษาสุขภาพและฟังเพลงอย่างมีความสุขโดยถ้วนหน้ากันนะครับทุกท่าน : )



*ขอขอบคุณ spinner, fader, stereogum และอีกหลายๆ เว็บที่ถูกรวบรวมและคัดเลือกเพลงมาโพสต์บนบล็อกนี้อย่างไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง*