วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

The Town (2010): มารักกับโจรอย่างพี่มั้ยจ้ะ?

The Town (2010) :
สมัยที่เฮีย Ben Affleck ดังใหม่ๆ ใครๆ ก็มักจะกระแนะกระแหนว่าเฮียเขาเล่นหนังแข็งทื่ออย่างกับหุ่นยนต์ปนซอมบี้ ยิ่งพอมาคบกับเจ๊ J.Lo คนยิ่งเอาไปล้อเลียนและมองเฮียไปในทางดูถูกดูแคลนหนักเข้าไปใหญ่ ถึงขนาดที่ว่ามีบางคนตั้งข้อสังเกตว่าที่เฮียได้ออสก้าร์บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมร่วมกับ Matt Damon จาก Good Will Hunting (1997) น่ะเป็นเรื่องโอละพ่อหรือเปล่าเสียด้วยซ้ำไป(ฮ่วย)


งานนี้เฮียขอปล้นไปรักไปก็แล้วกันนะ
แต่แล้วเฮียเบนก็ทำให้ทุกคนที่เคยสบประมาทเขาต้องอึ้งทึ่งเสียวไปตามๆ กัน เมื่อกำกับหนังเรื่องแรกอย่าง Gone Baby Gone (2007) ออกมาได้แหล่มจนคอหนังและนักวิจารณ์พากันซูฮกไปตามๆ กัน แต่เดี๋ยวจะหาว่าแค่ฟลุ๊คๆ หรือเปล่า เฮียก็เลยขอส่งผลงานเรื่องที่สองนี้มาเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้ง โดยคราวนี้ขอเหมาหน้าที่ทั้งกำกับ/ร่วมเขียนบท/แสดงนำ แบบครบเซ็ทเลย (เรื่องแรกแค่กำกับและเขียนบท) ซึ่งเราได้ดูแล้วก็อยากจะบอกท่านที่รักทั้งหลายว่าเรื่องนี้ 'เจ๋งกว่าเรื่องแรกซะอีกนะเนี่ย'ขอบอก


คนรูปขวาเป็นตัวขโมยซีนประจำเรื่อง
คราวนี้เฮียยังมากับหนังแนวอาชญากรรมเช่นเดิม แต่หันมาทำหนังแนวปล้นผ่าเมืองที่ดูเผินๆ แล้วคล้ายญาติสนิทของหนัง Heat (1995) เสียจริง โดยหนังดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Prince of Thieves ของ Chuck Hogan ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับก๊วนโจรปล้นรถขนเงิน/แบงค์มือวางอันดับหนึ่งของเมืองชาร์ลสทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ อเมริกา ที่หัวหน้าแก๊งค์ (เฮียเบน) ดันไปหลงรัก ผจก.ธนาคารสาวแสนสวย (Rebecca Hall จาก Frost/Nixon 2008) ที่เคยเป็นตัวประกันในการปล้นครั้งล่าสุดของพวกเขาเข้า ซึ่งเธอก็ดูจะมีใจให้เขาด้วยโดยหารู้ไม่ว่าเขานี่แหล่ะก็คือหนึ่งในก๊วนโจรที่เคยจับตัวเธอไป งานนี้เลยเข้าทำนองปล้นแบงค์ไม่พอพี่ขอปล้นใจน้องด้วยเลยนะเนี่ย อิอิ

ฉากแอ็คชั่นแจ่มแจ๋วมาก
ถึงหนังจะมีพล็อตเหมือนหนังแนวนี้อีกหลายเรื่อง แต่เฮียเขาก็กำกับหนังออกมาได้เจ๋งตั้งแต่หัวจรดเท้าเชียว เรียกได้ว่าทั้ง เด็ดขาด ขึงขัง จริงจัง โรแมนติก บู๊ระห่ำ ลุ้นระทึก มันส์ไม่เม้ม ครบเครื่องครบรสความบันเทิงจริงๆ โดยเฉพาะฉากช่วงการปล้นเนี่ยแจ่มแจ๋วระดับน้องๆ Heat เลยล่ะ ส่วนบรรดานักแสดงก็ระดมมาแต่ระดับฝีมือทั้งนั้น (เฮียเขาก็เล่นได้ดีไม่ได้แข็งทื่อแต่ประการใด) แต่ที่โดดเด่นเกินหน้าทุกคนก็คงจะไม่พ้นพี่ Jeremy Renner (The Hurt Locker [2008]) ที่โผล่มาบนจอทีไรก็สามารถขโมยซีนไปได้ทุกทีเชียว


ก๊วนโจรเรานั่งหน้าสลอนกันเชียว
หนังอาจจะดูด้อยลงไปบ้างเพราะรู้สึกว่ายังให้เวลาในของส่วนความรักระหว่างพระนางไม่มากพอ ซึ่งคงจะเป็นเพราะจริงๆ แล้วหนังยาวกว่า 4 ชม. แต่ต้องหั่นออกจนเหลือ 2 ชม.อย่างที่เห็น (ฉากแอ็คชั่นเด็ดๆ ก็โดนหั่นออกอีกตรึมซึ่งเฮียบอกว่าเมื่อหนังลงแผ่นก็จะเพิ่มเข้ามาอีกที) แต่เท่าที่ได้ออกมาในเวอร์ชั่นนี้ก็น่าพอใจเอามากๆ แล้ว(โดยเฉพาะเมื่อนำไปเทียบกับหนังปล้นๆ อีกเรื่องที่ออกฉายไล่เลี่ยกันอย่าง Takers) เชื่อว่าหนังเรื่องนี้คงจะทำให้หลายๆ คนมองเฮียเบนในฐานะ'นักแสดงหนุ่มและผู้กำกับหนังแอ็คชั่นคุณภาพ'ได้อย่างเต็มอกเต็มใจกันเสียทีล่ะนะ เก่งมากจ้าเฮียเบน จุ๊บๆ
  • น่าดูเพราะ: เป็นหนังแอ็คชั่นอาชญากรรมจากฝีมือเฮียเบนที่ออกมาถึงคุณภาพความบันเทิงครบรส แหล่มมากๆ เลยจ้า
  • ไม่น่าดูเพราะ: นึกไม่ออก ถ้าจะมีอะไรที่ไม่ชวนให้ดูก็คงจะสำหรับคนที่ยังคงติดภาพเฮียในสมัยเป็น'เบนนิเฟอร์'(ไม่ใช่'เบนโล'เน้อ)อยู่ล่ะมั้ง เหอๆ





*ช่วงเพลงในหนัง*
Ray LaMontagne
สกอร์ของหนังเป็นฝีมือของ Harry Gregson-Williams และ David Buckley ซึ่งก็เน้นไปที่สกอร์ที่มีทำนองไปทางไอริชเนื่องด้วยพวกพระเอกเป็นคนเชื้อสายไอริช พอมาเจอฉากโรแมนติกเศร้าๆ ก็เลยออกมาเพราะได้อารมณ์ดีจังเลย แต่เราจะมาฟังเพลงร้องในช่วงเอนด์เครดิตกัน ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินโฟล์คชาวมะกันนาม Ray LaMontagne กับบทเพลง Jolene ที่ให้อารมณ์โหยหา โรแมนติค หงอยๆ เศร้าๆ ปิดฉากหนังได้อย่างจี๊ดโดนใจจริงๆ ว่าแล้วเราก็ไปฟังเพลงนี้กันเลยจ้า

MP3: Ray LaMontagne - Jolene


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น